มีที่ดินตาบอดต้องรู้ “ทางจำเป็น” VS “ทางภาระจำยอม” ต่างกันยังไง?

สมัครสินเชื่อเพื่อนแท้เงินด่วน ผ่านฟอร์ม

ดิน (soil) เป็นวัตถุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเกิดจากการสลายตัวของหินและแร่ธาตุต่างๆ ผสมกับอินทรีย์วัตถุ ซึ่งปกคลุมผิวโลก อยู่เป็นชั้นๆ ดินที่ดินตาบอดช่วยในการเจริญเติบโตและการทรงตัวของพืช ดินประกอบด้วยแร่ธาตุที่เป็นของแข็ง อินทรีย์วัตถุ น้ำ และอากาศ ที่มีสัดส่วนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของดินด้วย

ที่ดิน คือ

ที่ดิน (land) คือ ที่ดินที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ที่เราใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยจะคำนึงถึงผลตอบแทนจากการใช้ประโยชน์ที่ดินตาบอดนั้นเป็นหลัก โดยสามารถนำที่ดินมาเป็นหลักประกันขอสินเชื่อเพื่อนแท้เงินด่วนได้

พิเศษ.. เฉพาะ ผู้ที่ทำการขอสินเชื่อผ่าน แอพฯ จะได้ดอกพิเศษกว่าไปหน้าสาขา

สมัครสินเชื่อที่ไม่ติดทาง

ความแตกต่าง "ที่ดิน" และ "ดิน"

ความแตกต่าง “ที่ดิน” และ “ดิน” ที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่ง หรือเป็นพื้นที่บริเวณหนึ่งบนผิวโลก ซึ่งมีการแบ่งอาณาเขตตามที่มนุษย์กำหนดไว้ โดยที่ดินตาบอดมีลักษณะเป็น 2 มิติ (two dimensions) คือ ความกว้างกับความยาว

ส่วนที่ดินตาบอดเป็นวัตถุธรรมชาติอย่างหนึ่ง ประกอบกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศหรือของที่ดิน มีลักษณะเป็น 3 มิติ (three dimensions) คือ ความกว้าง ความยาว และความลึก ดังนั้นที่ดินหนึ่งแปลงอาจจะประกอบด้วยดินเพียงชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้

ที่ดินตาบอด คือ

ที่ดินตาบอด คือ ที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่สาธารณะ ไม่มีทางเข้าออกสู่ที่ดินของตัวเองหรือที่ดินแปลงนั้นมีทางเข้าออกสู่สาธารณะได้แต่ก็ต้องข้ามบึง ทะเล หรือพื้นที่ชัน ซึ่งมันส่งผลให้เจ้าของที่ดินได้รับความเดือดร้อน โดยที่ดินตาบอด เข้าธนาคารไม่ได้ เพราะไม่มีธนาคารไหนรับ

ที่ดินตาบอด

กฎหมายก็เลยให้สิทธิแก่เจ้าของที่ดินสามารถเดินผ่านที่ดินที่ล้อมรอบอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้โดยการยื่นหนังสือขอผ่านทางได้ตามสิทธิทางกฎหมายที่ดินตาบอด หรือ เราจะเรียกที่อีกอย่างหนึ่งว่า ทางจำเป็น เรื่องที่คนมีที่ดินต้องรู้ที่ดินตาบอดกับ อย่าสับสน “ทางจำเป็น” VS “ทางภาระจำยอม” ต่างกันยังไง? เรามีคำตอบ

ทางจำเป็น เป็นสิทธิตามกฎหมาย

ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าที่ดินของเราเป็นที่ดินตาบอดก็สามารถขอทางจำเป็นได้เลย นอกจากนี้สามารถนำมาขอสินเชื่อรับจำนองที่ตาบอด โดยเราสามารถเลือกทางที่จะใช้เป็นถนนให้เสียหายน้อยที่สุด ถ้ามีความจำเป็นผู้มีสิทธิผ่านสามารถสร้างถนนเป็นทางผ่านได้และจะเสียค่าตอบแทนให้กับเจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ อาจจะกำหนดเป็นรายปีก็ได้

1. ทางจำเป็นเกิดขึ้นโดยอำนาจของกฎหมาย

ที่ดินตาบอดเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ใช้ยืนยันบุคคลทั่วไปได้ ผู้มีสิทธิใช้ทางไม่ต้องจดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทางจำเป็นไม่ใช่สิทธิที่ติดกับที่ดิน ถ้าต่อมาเจ้าของที่ดินมีทางออกสู่สาธารณะแล้วที่ดินไม่ตกอยู่ในที่ล้อมก็ไม่มีสิทธิของให้เปิดทางจำเป็น

2. ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ

คำว่าทางสาธารณะอาจหมายถึงทางบกหรือทางน้ำก็ได้เช่นกัน ถ้าเกิดทางจำเป็นนั้นไม่สามารถที่จะสัญจรได้อีกต่อไปได้ ทำให้ที่ดินตาบอด ราคาประเมินต่ำ แต่ที่ไม่ติดทางมีสิทธิเปิดทางจำเป็นได้เหมือนเดิม

3. ผู้มีสิทธิขอเปิดทางจำเป็น

จะต้องเป็นเจ้าของที่ดินตาบอดแปลงที่ถูกล้อมเท่านั้น ถึงจะมีอำนาจในการขอเปิดทางจำเป็นแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินก็ได้

4. สิทธิที่จะผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่

ถ้าที่ดินตาบอดนั้นถูกล้อมอยู่จนไม่สามารถออกสู่ทางสาธารณะได้ แม้เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่จะยินยอมให้ผ่านได้ ก็ไม่ใช่สิทธิตามกฎหมาย ถือว่าที่ดินไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอเปิดทางจำเป็นได้ ไม่ได้บังคับว่าเจ้าของที่ดินที่ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมจะต้องขอผ่านที่ดินที่ล้อมซึ่งอยู่ใกล้ทางสาธารณะมากที่สุด เจ้าของที่ดินซึ่งถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมจึงมีสิทธิขอผ่านที่ดินที่ล้อมแปลงใดก็ได้

5. สภาพของทางจำเป็น

ทางจำเป็นไม่จำต้องเชื่อมกับทางสาธารณะโดยตรง เพราะที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่งมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะเจ้าของที่ดินตาบอดแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะแทนได้

6. ที่ดินมีทางออกแต่ต้องข้ามสระ บึง หรือทะเลหรือเป็นที่ชัน

เจ้าของที่ดินจะผ่านที่ล้อมอยู่ได้เหมือนเดิมใช้ลำห้วยออกสู่ทางสาธารณะ หรือ มีสิทธิผ่านทางที่ดินที่ล้อมอยู่ซึ่งเป็นทางที่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่เสียหายน้อยที่สุดเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้

7. การเลือกที่ดินและวิธีทำทางจำเป็น

ถ้าที่ดินที่ล้อมอยู่มีหลายแปลงต่างเจ้าของกัน เจ้าของที่ดินตาบอดที่ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่มีสิทธิขอผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่แปลงใดก็ได้ แต่จะใช้ทางจำเป็นส่วนใดและวิธีทำทางต้องใช้ทางจำเป็นให้พอควรแก่ความจำเป็นโดยให้เสียหายน้อยที่สุด

8. การใช้ทางจำเป็น

ทางจำเป็นไม่ถูกจำกัดว่าต้องใช้เดินอย่างเดียว ในบางกรณีสามารถใช้รถยนต์ผ่านได้ แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาก่อนถึงจะสามารถใช้รถยนต์ผ่านได้ เพราะบางอาชีพต้องใช้รถยนต์ในการประกอบอาชีพ

9. ผู้มีสิทธิจะผ่านต้องใช้ค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดิน

กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องชดเชยค่าทดแทนก่อนใช้ทางให้ที่ดินตาบอด แต่ผู้มีสิทธิ์ใช้ทางจำเป็นต้องใช้อย่างมีขอบเขตด้วยความระมัดระวัง โดยจะคำนึงถึงผลเสียหายอันจะเกิดขึ้นแก่ผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่ให้ใช้ทางจำเป็นด้วย แต่ถ้าหากเจ้าของที่ดินที่ให้ผ่านทางต้องการให้ชดเชยความเสียหายอาจจะมีการพูดคุยหรือชำระเป็นราบปีได้

10. ทางพิพาทอันเป็