ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับกรรมการ และผู้ถือหุ้น

“บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด และบริษัทย่อย” (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของกรรมการ และผู้ถือหุ้น (เรียกว่า “ท่าน”) และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) นี้ขึ้นมา เพื่อแจ้งให้กรรมการ และผู้ถือหุ้นรับทราบ และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) และสิทธิตามกฎหมายของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ใช้สำหรับบุคคลธรรมดา ดังต่อไปนี้

  1. กรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการ
  2. ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ หรือผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท รวมถึงผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้รับมอบฉันทะ
  3. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ หมายถึง บุคคลที่ไม่ใช่กรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ แต่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเนื่องจากท่านเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เช่น ญาติสนิท ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เป็นต้น
  4. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น หมายถึง บุคคลที่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ หรือผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท แต่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เนื่องจากท่านเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เช่น ญาติสนิท ผู้มีอำนาจควบคุม ผู้ที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นต้น หรือเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องในลักษณะนักลงทุน

คำนิยาม

  1. กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และฉบับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง
  2. ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรง
    หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม
  3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวหมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 
  4. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ
    การเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ในที่นี่หมายถึงบริษัท)
  5. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  6. กรรมการ หมายถึง กรรมการของบริษัท
  7. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง
    • กรรมการที่ทำหน้าที่บริหารงานในตำแหน่งผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น
    • กรรมการที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการหรือมีส่วนร่วมในการบริหารงานใดๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงบุคคลในคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee)
    • กรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพัน เว้นแต่เป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้วเป็นรายกรณี และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น
  8. ผู้มีอำนาจในการจัดการ หมายถึง
    • ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ กรรมการที่เป็นผู้บริหารของบริษัท หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น
    • บุคคลซึ่งบริษัททำสัญญาให้มีอำนาจในการบริหารงานทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ
    • บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอำนาจควบคุมหรือครอบงำผู้จัดการหรือกรรมการ หรือการจัดการของบริษัท ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของตนในการกำหนดนโยบายหรือการดำเนินงานของบริษัท
  9. ญาติสนิท หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย
  10. บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน หมายถึง บุคคลที่อาจทำให้กรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการตัดสินใจดำเนินงานว่าจะคำนึงถึงประโยชน์ของบุคคลนั้น หรือประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ
  11. ผู้ที่เกี่ยวข้อง หมายถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องของบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เช่น คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นต้น
  12. ผู้มีอำนาจควบคุม หมายถึง บุคคลที่มีอำนาจควบคุมกิจการ กล่าวคือ
    • ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงในนิติบุคคลหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น
    • ควบคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรืออ้อม หรือไม่ว่าเพราะเหตุอื่นใด
    • ควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการตั้งแต่กึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดไม่ว่าโดยตรงหรืออ้อม

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัทได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์

ฐานทางกฎหมาย

(1) เพื่อการบริหารจัดการบริษัท เช่น การเริ่มจัดตั้ง การเพิ่มทุน การลดทุน การปรับโครงสร้างกิจการ การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน การประชุมผู้ถือหุ้น การลงคะแนนเสียง การแต่งตั้งผู้รับมอบฉันทะ การลงทะเบียนสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้/ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิของบริษัท รวมทั้งเก็บรักษา และทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน การสรรหา และการเป็นกรรมการ และ/หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของบริษัท การประชุมคณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการชุดย่อย การจัดการเกี่ยวกับสิทธิ และหน้าที่ของผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้/ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ การจ่ายเงินปันผลหรือผลตอบแทนอื่นใด การจัดทำบัญชี และรายงาน การตรวจสอบ การจัดทำและจัดเก็บเอกสารตามกฎหมาย การจัดส่งเอกสารหรือหนังสือต่างๆ รวมทั้งหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

(2) เพื่อติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้/ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงจดหมายถึงผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้/ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ หนังสือบอกกล่าวเชิญประชุม ประกาศ และข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงินปันผล รายงานการประชุม รวมถึงการประชุมสามัญประจำปีของบริษัท และการประชุมวิสามัญอื่นๆ ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งคราว

  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

(3) เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้มีอำนาจ รวมถึงนายทะเบียนหุ้น นายทะเบียนหลักทรัพย์ เพื่อประโยชน์ในจัดการการถือหุ้น/หุ้นกู้/ใบสำคัญแสดงสิทธิของผู้ถือหุ้นในนามของบริษัท

  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

(4) การบริหารจัดการทะเบียนผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้/ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ การมอบฉันทะ และอื่นๆ ทั้งสำหรับผู้ถือหุ้น/ผู้ถือหุ้นกู้/ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

(5) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น กฎหมายคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และกฎหมายอื่นที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม ซึ่งรวมถึงการดำเนินการตรวจสอบยืนยันตัวตน การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และการตรวจสอบอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบจากฐานข้อมูลสาธารณะของหน่วยงานกำกับดูแล และการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

(6) เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ และ/หรือคำสั่งของผู้มีอำนาจ เช่น คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

  • การปฏิบัติตามกฎหมาย

(7) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา เช่น สัญญาร่วมทุน สัญญาหุ้นส่วน สัญญาเพิ่มหรือลดทุน สัญญาแต่งตั้งกรรมการ และ/หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือสัญญาอื่นใด หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอ/ใบสมัครก่อนเข้าทำสัญญา

  • การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา

(8) เพื่อดำเนินการบริหารจัดการด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ ซึ่งหมายความรวมถึง การจัดทำบัญชีเงินเดือน/ค่าตอบแทน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ การหักภาษี การประกันสังคม

  • การปฏิบัติตามสัญญา

(9) เพื่อตรวจสอบและเก็บหลักฐานเอกสารการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจรวมถึงเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีความอ่อนไหว

  • ความยินยอม

(10) เพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพและการแพ้อาหารของผู้ถือหุ้น กรรมการ และ/หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ ที่สนใจเข้าร่วมประชุม หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัท

  • ความยินยอม

(11) เพื่อการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายในองค์กร การกำกับการตรวจสอบ การตรวจสอบภายใน รวมถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารจัดการภายในองค์กร

  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

(12) เพื่อการบันทึกภาพ และ/หรือเสียงการประชุมผู้ถือหุ้น กรรมการ และ/หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ และการบริหารจัดการในการจัดประชุมดังกล่าว เช่น การลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม การบันทึกการลงมติ เป็นต้น

  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

(13) เพื่อบันทึกการประชุม และจัดทำรายงานการประชุมส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ถือหุ้น รวมถึงการเผยแพร่รายละเอียดในเว็บไซต์ (Website) ของบริษัท และช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ของบริษัท

  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

(14) เพื่อการตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การดำเนินคดีต่างๆ ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับตามกฎหมาย

  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

(15) เพื่อป้องกันและระงับอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน และดูแลความสงบเรียบร้อย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตร่างกายของบุคคล และทรัพย์สินของบริษัท การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคาร หรือสถานที่ของบริษัท และการบันทึกภาพและเสียงภายในอาคารหรือสำนักงานของบริษัทด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)

  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

(16) เพื่อจัดกิจกรรมให้ผู้ถือหุ้น กรรมการ และ/หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ มีส่วนร่วมและรู้ถึงกิจการของบริษัท เช่น จัดกิจกรรมเกี่ยวกับแผนงานบริษัทนอกสถานที่ ตลอดจนการสื่อสารเกี่ยวกับการฝึกอบรม/สัมมนา/ดูงาน และการจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

(17) เพื่อจัดทำประกันภัย ประกันภัยความรับผิด (ถ้ามี)

  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือบางส่วน ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของบริษัท ดังนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

  1. ข้อมูลระบุตัวตน เช่น คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด เพศ อายุ รูปถ่าย ลายมือชื่อ ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ) เป็นต้น
  2. ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ อีเมลแอดเดรส (E-mail Address) ชื่อบัญชีเข้าใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ (เช่น ไอดีไลน์ (LINE ID)) และข้อมูลในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่างๆ รวมถึงรายละเอียดการติดต่อของบุคคลอ้างอิง เป็นต้น
  3. ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน เช่น ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา สถานศึกษา ประวัติคุณสมบัติ ประวัติการทำงาน อายุงาน ประวัติการเรียนรู้การฝึกอบรม (เช่น ประกาศนียบัตร หลักสูตรที่เข้ารับ การฝึกอบรม) เป็นต้น
  4. ข้อมูลการถือหุ้นของกรรมการ เช่น ข้อมูลการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัท และนิติบุคคลอื่นๆ รวมทั้งข้อมูลการถือหุ้นหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้อง (ข้อมูลการถือหุ้นของบุคคลในครอบครัว) เช่น จำนวนหุ้นที่ถือครอง การโอนหุ้น การรับโอนหุ้น ตลอดจนผู้รับมรดก ทายาทโดยชอบธรรมตามกฎหมาย หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง
  5. ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคาร เงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทนอื่น ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ข้อมูลการเอาประกันภัยกลุ่มข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากซึ่งได้แจ้งไว้เพื่อรับค่าตอบแทน ข้อมูลการใช้สิทธิสวัสดิการอื่นๆ ข้อมูลการเสียภาษี และข้อมูลด้านสถานะทางการเงินข้อมูลการเป็นกรรมการ เช่น การเป็นกรรมการหรือมีตำแหน่งในบริษัท หรือกิจการอื่นๆ ทั้งของตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้อง การเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการชุดย่อยหรือผู้ถือหุ้น ค่าตอบแทนกรรมการ ผลการปฏิบัติงานของกรรมการ ประวัติการถูกดำเนินคดี การถูกกล่าวโทษ ร้องทุกข์ ซึ่งท่านเปิดเผยให้บริษัททราบโดยตรง และข้อมูลอื่นตามที่กฎหมายหรือหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีกำหนด เป็นต้น
  6. ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับมอบฉันทะเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้น เช่น ชื่อ ชื่อสกุล อายุ
    ที่อยู่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น
  7. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ เช่น ข้อมูลของผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับกรรมการ (เช่น ข้อมูลเลขานุการส่วนตัวของกรรมการ) ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิต่างๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นตามกฎหมายในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ข้อมูลการบันทึกภาพ หรือเสียงระหว่างการประชุมคณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการชุดย่อย หรือผู้ถือหุ้น หรือการบันทึกภาพโดยกล้องวงจรปิด เป็นต้น

ทั้งนี้ กรณีผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่เป็นนิติบุคคล บริษัทอาจประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ได้รับประโยชน์ในทอดสุดท้าย (Ultimate Beneficial Owner) กรรมการ ผู้มีอำนาจจัดการ หรือผู้แทนนิติบุคคล ดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล เช่น ข้อมูลกรรมการที่ปรากฏในหนังสือรับรอง
    การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ผู้ที่ได้รับประโยชน์ในทอดสุดท้ายหรือเอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคลอื่นใด ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
  • ข้อมูลอื่นใดที่บริษัทร้องขอจากผู้แทนนิติบุคคลของท่านหรือจากท่าน เพื่อใช้ในการ
    เข้าร่วมการประชุมแทนนิติบุคคล หรือการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ตามที่บริษัทได้แจ้งหรือร้องขอไปยังท่าน

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา ข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

ทั้งนี้ บริษัทไม่มีความประสงค์เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว หากไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ ในกรณีที่ได้รับการยกเว้นตามกฎมายไม่ต้องขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว

แหล่งที่มาของข้อมูล

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ดังนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่กรรมการ และผู้ถือหุ้นให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือให้ผ่านบริษัท หรือมีอยู่กับบริษัท เช่น
    • ข้อมูลจากท่านในฐานะกรรมการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ
    • ข้อมูลจากกระบวนการสรรหา การลงทุน การกรอกข้อมูลในเอกสาร การสมัครเข้ามาดำรงตำแหน่ง การทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ รวมถึงข้อมูลและการปรับปรุงข้อมูลจากการจ้างงานหรือกระบวนการต่างๆ ในช่วงเวลาที่เป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการ
    • ข้อมูลจากท่านในการเข้าเป็นผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้มอบฉันทะ ผู้รับมอบอำนาจ ในการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น การรับลงทะเบียนการโอนหรือรับโอนหุ้น รวมทั้งการซื้อขายผ่านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) หรือนายทะเบียนหลักทรัพย์
    • ข้อมูลจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงบัญชีผู้ถือหุ้น การเพิ่มหรือลดทุน การทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ รวมถึงข้อมูลและการปรับปรุงข้อมูลของท่าน จากกระบวนการต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ท่านเป็นผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ผู้ถือใบสำคัญ แสดงสิทธิ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
    • ข้อมูลจากการเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ของบริษัท
    • ข้อมูลจากการการติดต่อบริษัทเพื่อขอข้อมูล หรือสอบถามเรื่องใดๆ ต่อบริษัท หรือใช้สิทธิภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะติดต่อผ่านทางช่องทางใดของบริษัท เช่น สำนักงานใหญ่ สาขา เว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล หรือ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ของบริษัทเช่น เฟซบุ๊ก (Facebook) แอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE Application) เป็นต้น
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น เช่น บริษัทอื่นในกลุ่มของบริษัท ข้อมูลจากบุคคลอ้างอิงหรือผู้ให้การรับรองจากนิติบุคคลที่ท่านเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ในทอดสุดท้าย ข้อมูลจากการตรวจสอบประวัติส่วนตัวอื่น ๆ ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล เป็นต้น
  3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากบุคคลที่สามที่มีความเกี่ยวข้องกับท่าน โดยท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลกับบริษัท เช่น คู่สมรส บุตร บิดา มารดา สมาชิกในครอบครัว ผู้ที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่เกี่ยวโยง บุคคลติดต่อกรณีฉุกเฉิน ผู้รับผลประโยชน์ บุคคลอ้างอิง ซึ่งบริษัทต้องใช้ข้อมูลเพื่อบริหารจัดการ มอบสิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการหรือให้กับท่าน ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน หรือเพื่ออ้างอิงข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับท่าน ท่านรับทราบและรับรองว่า ได้แจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบถึงรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แก่บุคคลดังกล่าว พร้อมทั้งได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้น ๆ ก่อนการเปิดเผยข้อมูลแก่บริษัท (หากจำเป็น) หรืออาศัยฐานทางกฎหมายอื่นในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท

ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น โดยมีการกำหนดระยะเวลาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นเวลา 10 ปี นับจากวันที่ ยุติความสัมพันธ์ หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่หน่วยงานที่ควบคุมกำกับดูแลธุรกิจของบริษัทกำหนด หรือเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือจัดเก็บตามนโยบาย ระเบียบ คำสั่ง คู่มือการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทกำหนดไว้
  • เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใดๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผยให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานภายในบริษัท และบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ภายใต้หลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

  1. ภายในบริษัท
    • ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผยให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานภายในบริษัทเฉพาะที่เกี่ยวข้อง และมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น โดยบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ของบริษัทจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็นและเหมาะสม
  2. ภายนอกบริษัท

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ดังนี้

  • บริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ และการบริหารงานภายใน รวมถึงดำเนินกิจกรรมอื่นใดตามที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัว
  • ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี และที่ปรึกษาวิชาชีพ
  • หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
  • หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดี การโต้แย้งข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหา การต่อสู้คดีของบริษัท เช่น คู่ความในคดี พยาน เป็นต้น
  • ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัท รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมหรือซื้อกิจการ การแยกหรือการโอนกิจการ การซื้อทรัพย์สิน การโอนหรือขายหนี้ การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ เป็นต้น
  • ผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญากรณีมีการดำเนินโครงการหรือทำธุรกิจร่วมกัน)
  • บุคคลภายนอกอื่นๆ เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ และตัวแทนของบุคคลดังกล่าว บริษัท หรือสถาบันการเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลบุคคลส่วนบุคคลของท่านจะมีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะเจาะจง ภายใต้ฐานทางกฎหมาย และมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่สามดังกล่าวใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของตนเอง บริษัทอนุญาตให้บุคคลที่สามใช้ข้อมูลเท่าที่จําเป็นอย่างเฉพาะเจาะจง และปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของบริษัทเท่านั้น

การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือคลาวด์ (Cloud) ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์สำเร็จรูป และรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของของท่าน ทั้งนี้ บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และบริษัทจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูล และ/หรือเอกสาร ผู้ให้บริการ Server/Cloud โดยมีวัตถุประสงค์ที่จำเป็นเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลและ/หรือเอกสารแทนบริษัทไว้บน Server/Cloud ในต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้มั่นใจว่า ประเทศของผู้รับข้อมูลมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่น้อยกว่าประเทศไทย หรือในกรณีที่เป็นการส่งหรือโอนภายใต้ขอบเขตของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะพยายามส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ให้บริการหรือผู้รับข้อมูลของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ ด้วยวิธีการที่ปลอดภัย เพื่อรักษา ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

อย่างไรก็ตาม กรณีที่บริษัทมีเหตุจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ โดยบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และใช้มาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงบริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของของท่าน มีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

สิทธิของกรรมการ และผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของข้อมูล

ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัท โดยจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ เมื่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งสิทธิต่างๆ ของท่านมีรายละเอียด ดังนี้

  1. สิทธิในการได้รับการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  2. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิขอถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทเมื่อใดก็ได้ ตามขั้นตอนและวิธีการที่บริษัทกำหนด เว้นแต่ การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน หรือบริษัทไม่สามารถถอนความยินยอมได้โดยสภาพทางเทคนิค
    ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
  3. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทได้
  4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่ กรณีที่บริษัทจะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
  5. สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เว้นแต่ กรณีที่บริษัทจะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
  6. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
  7. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง กรณีแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ครบถ้วนสมบูรณ์ และ ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  8. สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทได้ตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่ บริษัทไม่สามารถทำได้โดยสภาพทางเทคนิค หรือบริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย
  9. สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากบริษัทหรือพนักงานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งบริษัทเพื่อขอถอนความยินยอมของท่านเมื่อใดก็ได้

ข้อมูลและช่องทางการติดต่อบริษัท

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้หรือต้องการขอใช้สิทธิของท่าน โปรดติดต่อบริษัทผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  • ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ :
    • โทรศัพท์ : 02-114-8988
    • E-mail : contact@puean.co.th
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) :
    • E-mail : DPO@puean.co.th
  • ติดต่อสำนักงานใหญ่ บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด :
    • 1282/13 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000

การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสำหรับกรรมการ และผู้ถือหุ้นเป็นครั้งคราว โดยบริษัทจะแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับปัจจุบันไว้ที่สำนักงานใหญ่ และเว็บไซต์ของบริษัท https://www.puean.co.th

ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน 2567