อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว “รถชน” สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย เช่น ชนท้าย ชนข้าง หรืออุบัติเหตุใหญ่ที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียหายมาก ดังนั้น การรู้ขั้นตอน “เคลมประกันรถยนต์” อย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณจัดการสถานการณ์ได้อย่างมืออาชีพ ลดความเครียด และป้องกันการเสียสิทธิ์จากความไม่รู้
หลายคนเมื่อเกิดเหตุขึ้น มักจะตกใจ ไม่รู้ว่าควรโทรหาใครก่อน หรือควรทำอย่างไรให้ถูกต้องตามขั้นตอนของบริษัทประกันภัย เพื่อให้เข้าใจง่าย บทความนี้จะพาคุณไปดูขั้นตอนทั้งหมด ตั้งแต่ วินาทีแรกที่รถชน จนถึง การรับค่าชดเชยจากประกัน พร้อม ข้อควรระวังสำคัญ ที่เจ้าของรถทุกคนควรรู้
1.รถชนต้องตั้งสติ! ทำสิ่งเหล่านี้ก่อนทุกครั้ง
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ตั้งสติ” เพราะการตื่นตระหนกอาจทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาดจนกระทบต่อสิทธิ์ในการเคลม ประกันรถยนต์
ขั้นตอนที่ควรทำทันทีหลังเกิดเหตุ
- หยุดรถทันที และเปิดไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) เพื่อแจ้งให้รถคันอื่นเห็น
- ตรวจสอบผู้บาดเจ็บ หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บให้รีบโทร 1669 หรือหน่วยกู้ชีพก่อน
- อย่าย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ (ยกเว้นกรณีที่กีดขวางการจราจร) ถ้าจำเป็นต้องย้าย ให้ถ่ายรูปหลักฐานไว้ก่อน เช่น ทะเบียนรถ, จุดชน, และสภาพแวดล้อมรอบ ๆ
- โทรแจ้งบริษัทประกันภัยทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เคลมเดินทางมาดูจุดเกิดเหตุ
- จดข้อมูลคู่กรณี เช่น ชื่อ เบอร์โทร หมายเลขทะเบียนรถ รุ่น สี ยี่ห้อ รวมถึงบริษัทประกันภัยของคู่กรณี
การมีสติและเก็บข้อมูลครบถ้วนจะช่วยให้ขั้นตอนการเคลมเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายขึ้น
2. ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์ ทำอย่างไรให้ถูกต้อง
การเคลมประกันรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ “เคลมสด” และ “เคลมแห้ง” ซึ่งแต่ละแบบมีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อย แต่ขั้นตอนโดยรวมมีดังนี้
2.1 เคลมสด (เคลมที่เกิดเหตุทันที)
ใช้ในกรณีที่มี คู่กรณีชัดเจน หรือเกิดความเสียหายที่เห็นได้ทันที เช่น รถชนกัน รถเฉี่ยว เสาไฟ หรือรั้วบ้าน
ขั้นตอน:
- โทรแจ้งบริษัทประกันภัยทันที
- แจ้งสถานที่เกิดเหตุ ชื่อผู้ขับรถ หมายเลขกรมธรรม์ และทะเบียนรถ
- เจ้าหน้าที่เคลมจะเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบและออกใบเคลม
- เมื่อได้ใบเคลมแล้วสามารถนำรถเข้าซ่อมอู่หรือศูนย์ที่อยู่ในเครือได้ทันที
2.2 เคลมแห้ง (แจ้งภายหลัง)
ในกรณีที่รถเกิดความเสียหายเล็กน้อย เช่น ขีดข่วนเฉี่ยวเบา ๆ โดยไม่มีคู่กรณีหรือผู้บาดเจ็บ
ขั้นตอน:
- ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน
- โทรแจ้งบริษัทประกันเพื่อขอ “ใบเคลมแห้ง”
- นำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์เคลมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพ
- รับใบเคลมแล้วนำไปซ่อมตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ข้อควรจำ:
- การเคลมแห้งควรแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ
- ห้ามซ่อมรถก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเด็ดขาด
3. รู้จักประเภทของประกันรถยนต์ ก่อนเคลม
ก่อนจะเข้าใจขั้นตอนเคลม เราควรรู้ก่อนว่ารถของคุณทำ “ประกันรถยนต์ประเภทใด” เพราะสิทธิ์ในการเคลมขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์โดยตรง
ประเภทของประกันรถยนต์ที่คนไทยนิยม
- ประกันชั้น 1 – ครอบคลุมทุกกรณีทั้งรถคุณ รถคู่กรณี และความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน
- ประกันชั้น 2+ – คุ้มครองเฉพาะกรณีที่มีคู่กรณีและทราบทะเบียนชัดเจน
- ประกันชั้น 3+ – คุ้มครองเฉพาะเมื่อมีคู่กรณีและเกิดการชนเท่านั้น
- ประกันชั้น 3 – คุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณี ไม่คุ้มครองรถของผู้เอาประกัน
- พ.ร.บ. รถยนต์ (ภาคบังคับ) – คุ้มครองชีวิตและร่างกายเท่านั้น ไม่คุ้มครองทรัพย์สิน
ดังนั้น ก่อนเคลมให้ตรวจสอบ ประเภทประกันรถยนต์ ที่คุณถืออยู่ เพื่อเข้าใจขอบเขตความคุ้มครอง และจะได้ไม่เสียเวลาในการดำเนินการ
4. เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียมก่อนเคลม
หนึ่งในขั้นตอนที่หลายคนมักละเลยคือ “การเตรียมเอกสารให้ครบ” เพราะถ้าขาดแม้แต่ใบเดียว อาจทำให้การเคลมล่าช้า
เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อเคลมประกันรถยนต์
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
- ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ
- กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (หรือถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือ)
- สำเนาทะเบียนรถ
- ใบแจ้งความ (กรณีมีคู่กรณีหรือมีผู้บาดเจ็บ)
- ใบเคลมจากบริษัทประกันภัย
- รูปถ่ายความเสียหายและจุดเกิดเหตุ
เคล็ดลับ:
หากต้องซ่อมรถในอู่เครือ ให้ตรวจสอบก่อนว่าอู่นั้นอยู่ในรายชื่อเครือข่ายของบริษัทประกันจริง เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5. ข้อควรระวังในการเคลมประกันรถยนต์
แม้ว่าประกันรถยนต์จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มาก แต่ก็มีข้อควรระวังที่ผู้เอาประกันควรรู้ เพราะความผิดพลาดเล็กน้อยอาจทำให้เสียสิทธิ์ในการเคลม
ข้อควรระวังสำคัญ
- ห้ามหนีจากที่เกิดเหตุ – หากหนี เจ้าหน้าที่อาจตีความว่า “มีเจตนาไม่บริสุทธิ์” และบริษัทประกันอาจปฏิเสธการเคลม
- ห้ามดื่มสุราแล้วขับ – หากตรวจพบแอลกอฮอล์เกินกว่ากฎหมายกำหนด บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธความคุ้มครองทันที
- อย่าซ่อมรถก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ – เพราะจะถือว่าทำลายหลักฐาน
- แจ้งเหตุล่าช้าเกิน 24 ชั่วโมง – อาจถือว่าผิดเงื่อนไขกรมธรรม์
- เคลมบ่อยเกินไป – อาจส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันในปีถัดไป
บทสรุป: รถชนต้องทำยังไง
เมื่อรถชน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ โทรแจ้งบริษัทประกันทันที และเก็บข้อมูลหลักฐานอย่างครบถ้วน การเข้าใจประเภทของ ประกันรถยนต์ และขั้นตอนการเคลมจะช่วยให้คุณไม่เสียสิทธิ์ และได้รับการชดเชยอย่างรวดเร็ว อย่าลืมตรวจสอบเอกสารให้พร้อม และปฏิบัติตามขั้นตอนทุกข้อ หากต้องการความคุ้มครองและบริการที่รวดเร็วครบวงจร เลือก “เพื่อนแท้ประกันภัย” คู่ใจทุกการเดินทาง






