เบี้ยประกันรถยนต์เป็นสิ่งที่เจ้าของรถทุกคนควรทำความเข้าใจให้ดี เพราะมันไม่ใช่แค่ “จำนวนเงินที่ต้องจ่าย” เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงระดับความเสี่ยงของผู้ขับขี่และมูลค่าความคุ้มครองที่ได้รับอีกด้วย 🚗💡 หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมเบี้ยประกันของรถรุ่นเดียวกันถึงไม่เท่ากัน หรือทำไมบางคนจ่ายถูกกว่า ทั้งที่ใช้รถใกล้เคียงกัน ความจริงแล้ว เบี้ยประกันรถยนต์ถูกคำนวณจากหลายปัจจัย เช่น อายุของผู้ขับ ประสบการณ์การขับขี่ พื้นที่ที่ใช้รถ รุ่นของรถ รวมถึงประวัติการเคลมในอดีต
การเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คุณเลือกทำประกันได้คุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังช่วยในการวางแผนทางการเงินระยะยาวได้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะหากคุณเลือกใช้บริการจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ เช่น บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ซึ่งนอกจากให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อโฉนดที่ดินแล้ว ยังแนะนำการเลือก ประกันรถยนต์ ที่เหมาะสมกับรายได้และพฤติกรรมการขับขี่ของคุณอีกด้วย เพื่อให้ทุกการเดินทาง “มั่นใจได้ทุกเส้นทาง” และไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น
1.ความหมายของเบี้ยประกันรถยนต์
หลายคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวหรือกำลังจะออกรถใหม่ มักจะได้ยินคำว่า “เบี้ยประกันรถยนต์” อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเบี้ยประกันคือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อแลกกับความคุ้มครองในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุ รถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม โดยจ่ายเป็นรายปีหรือรายงวดตามที่ระบุในกรมธรรม์
เบี้ยประกันรถยนต์ไม่ใช่ตัวเลขที่กำหนดตายตัว แต่คำนวณจากหลายปัจจัยที่แตกต่างกันในแต่ละคน เช่น อายุของผู้ขับขี่ ประสบการณ์ขับรถ รุ่นรถยนต์ รวมถึงประวัติการเคลมในอดีต บริษัทประกันจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการประเมินความเสี่ยง หากความเสี่ยงสูง เบี้ยประกันก็จะสูงตาม แต่หากขับรถปลอดภัย มีประวัติดี เบี้ยประกันก็สามารถลดลงได้
2.ปัจจัยหลักที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์
เบี้ยประกันรถยนต์ถูกคำนวณจากหลายองค์ประกอบ โดยบริษัทประกันจะประเมินจาก “ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหาย” ดังนี้
2.1 อายุของผู้ขับขี่
ผู้ขับขี่ที่อายุน้อย (เช่น ต่ำกว่า 25 ปี) มักถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากประสบการณ์ขับขี่ยังไม่มากนัก จึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า ในขณะที่ผู้ขับขี่อายุ 35 ปีขึ้นไป เบี้ยประกันมักจะถูกลง
2.2 ประสบการณ์ในการขับรถ
หากผู้ขับมีใบขับขี่มานานและไม่มีประวัติการเคลม เบี้ยจะถูกลง เพราะบริษัทมองว่าเป็นผู้ขับขี่ที่ระมัดระวัง ในทางกลับกัน หากเพิ่งได้ใบขับขี่หรือมีประวัติการชนบ่อย เบี้ยอาจเพิ่มขึ้น
2.3 รุ่นและประเภทของรถยนต์
รถยนต์แต่ละรุ่นมีความแตกต่างด้านราคาและความเสี่ยงในการซ่อม เช่น รถยนต์หรูหรือรถสปอร์ตจะมีเบี้ยสูง เพราะค่าอะไหล่แพงและเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมมากกว่า ขณะที่รถขนาดเล็กหรือรถบ้านทั่วไป เบี้ยมักถูกกว่า
2.4 พื้นที่ใช้งานรถ
พื้นที่ที่มีความหนาแน่นของการจราจรสูง เช่น กรุงเทพมหานคร มักมีอัตราเบี้ยประกันที่สูงกว่าพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบ่อยกว่า
2.5 การใช้งานรถ
หากใช้รถเพื่อการส่วนตัว เบี้ยจะถูกกว่าใช้เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถรับจ้าง รถส่งของ หรือรถแท็กซี่ เพราะมีการใช้งานต่อวันมากกว่า
2.6 ประวัติการเคลม
ประวัติการเคลมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ หากเคลมบ่อย บริษัทประกันจะมองว่ามีความเสี่ยงสูงและเพิ่มเบี้ยประกัน แต่หากไม่เคลมเลย จะได้ส่วนลดประวัติดี หรือที่เรียกว่า “No Claim Bonus (NCB)”
3.ประเภทของประกันรถยนต์และผลต่อเบี้ยประกัน
เบี้ยประกันรถยนต์แตกต่างกันตามระดับความคุ้มครองที่เลือก โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
3.1 ประกันรถยนต์ชั้น 1
เป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ทั้งความเสียหายต่อตัวรถของเราและคู่กรณี รวมถึงรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม เหมาะกับรถใหม่หรือรถมูลค่าสูง ทำให้เบี้ยประกันสูงกว่าชั้นอื่น
3.2 ประกันรถยนต์ชั้น 2+
คุ้มครองใกล้เคียงกับชั้น 1 แต่ไม่คุ้มครองกรณีไม่มีคู่กรณี เช่น ชนต้นไม้ หรือเฉี่ยวเสา เหมาะกับรถที่มีอายุ 3-5 ปีขึ้นไป ซึ่งเบี้ยจะถูกลงกว่าชั้น 1 ประมาณ 30-40%
3.3 ประกันรถยนต์ชั้น 3+
ให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีมีคู่กรณี เช่น ชนกับรถคันอื่น และคุ้มครองชีวิตร่างกายของคู่กรณี เหมาะกับรถเก่าหรือรถที่ใช้งานน้อย
3.4 ประกันรถยนต์ชั้น 3
เป็นประกันที่มีเบี้ยถูกที่สุด เพราะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดกับคู่กรณี ไม่คุ้มครองรถของเรา เหมาะกับรถที่ไม่ค่อยใช้งานหรือมีมูลค่าต่ำ
การเลือกประเภทประกันจึงมีผลต่อค่าเบี้ยโดยตรง หากต้องการความคุ้มครองครอบคลุม เบี้ยก็จะสูงขึ้น แต่ถ้าต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย อาจเลือกชั้น 2+ หรือ 3+ ที่ยังคงคุ้มค่าในระดับหนึ่ง
4. ส่วนลดและค่าปรับที่ส่งผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์
บริษัทประกันหลายแห่งมีการจัดส่วนลดและค่าปรับเพิ่มเติม เพื่อสะท้อนพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้าแต่ละคน
4.1 ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus)
หากไม่มีการเคลมในปีที่ผ่านมา ผู้ขับจะได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 50% ในปีต่อไป ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังมากขึ้น
4.2 ส่วนลดติดกล้องหน้ารถ
หากมีการติดตั้งกล้องบันทึกภาพหน้ารถ บริษัทประกันบางแห่งจะลดเบี้ยประกัน 5-10% เพราะสามารถใช้เป็นหลักฐานกรณีเกิดอุบัติเหตุได้
4.3 ส่วนลดระบุชื่อผู้ขับขี่
หากระบุชื่อผู้ขับในกรมธรรม์ไว้เพียง 1-2 คน เบี้ยจะถูกกว่าการไม่ระบุ เพราะบริษัทสามารถประเมินความเสี่ยงได้ชัดเจนกว่า
4.4 ส่วนลดสำหรับผู้ขับขี่เพศหญิง
ในบางบริษัท เพศหญิงจะได้รับส่วนลด เนื่องจากมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าผู้ชาย
4.5 ค่าปรับจากพฤติกรรมขับขี่เสี่ยง
ในยุคที่เทคโนโลยี Telematics เข้ามามีบทบาท บริษัทประกันบางแห่งใช้ข้อมูลการขับจริง เช่น ความเร็ว การเบรก การเข้าโค้ง หากพบว่าขับขี่ปลอดภัยจะลดเบี้ย แต่ถ้าขับเสี่ยง เบี้ยอาจเพิ่มขึ้น
5. เคล็ดลับเลือกประกันรถยนต์ให้คุ้มค่าและเหมาะกับคุณ
เมื่อเข้าใจว่าเบี้ยประกันรถยนต์คำนวณจากอะไรแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกกรมธรรม์ที่เหมาะกับความต้องการและงบประมาณ
5.1 เลือกชั้นประกันให้เหมาะกับสภาพรถ
รถใหม่มูลค่าสูงควรเลือกชั้น 1 เพื่อความคุ้มครองสูงสุด ส่วนรถอายุมากกว่า 5 ปี อาจเลือกชั้น 2+ หรือ 3+ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
5.2 เปรียบเทียบหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ
แต่ละบริษัทมีเกณฑ์การคำนวณเบี้ยไม่เหมือนกัน ควรขอใบเสนอราคาหลายที่ก่อนตัดสินใจ เพื่อหาเบี้ยที่ดีที่สุดในระดับความคุ้มครองเท่ากัน
5.3 ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน
เลือกบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น วิริยะประกันภัย กรุงเทพประกันภัย เมืองไทยประกันภัย หรือธนชาตประกันภัย รวมถึงตรวจสอบรีวิวบริการหลังการขาย
5.4 ตรวจสอบเงื่อนไขการเคลม
บางบริษัทเคลมได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน บางแห่งต้องแจ้งผ่านโทรศัพท์ ควรเลือกแบบที่สะดวกกับการใช้งานของคุณ
5.5 พิจารณาช่องทางผ่อนชำระ
หากมีงบจำกัด ควรเลือกบริษัทที่มีช่องทางผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต หรือจ่ายรายเดือน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน
บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการภาระทางการเงิน รวมถึงแนะนำการเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะกับฐานรายได้ของลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินระยะยาว เช่น การกู้สินเชื่อโฉนดที่ดินหรือสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เพื่อเสริมสภาพคล่องโดยไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบ
เพื่อนแท้ เงินด่วน มุ่งมั่นช่วยให้ลูกค้ามีทางออกทางการเงินที่ปลอดภัยและโปร่งใส ด้วยกระบวนการอนุมัติรวดเร็ว ไม่ต้องจดจำนองที่กรมที่ดิน ลูกค้าสามารถกู้ได้สูงสุดถึง 130% ของราคาประเมินที่ดิน มากกว่าคู่แข่งทั่วไปที่ปล่อยเพียง 50–70% เท่านั้น
สรุป: ทำความเข้าใจเบี้ยประกันรถยนต์
เบี้ยประกันรถยนต์ไม่ได้ถูกกำหนดแบบสุ่ม แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ ประวัติการขับขี่ รุ่นรถยนต์ พื้นที่ใช้งาน และประเภทประกัน การทำความเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกกรมธรรม์ที่เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ขอเป็นหนึ่งในผู้ช่วยดูแลทางการเงินของคุณ ทั้งเรื่องสินเชื่อและประกันภัย เพื่อให้ทุกการขับขี่เป็นเรื่องที่มั่นใจและปลอดภัยเสมอ






