การนำโฉนดที่ดินมาเปลี่ยนเป็นเงินทุนถือเป็นทางเลือกยอดนิยมของเจ้าของที่ดินในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า เจ้าของกิจการ SME หรือคนที่ต้องการเงินก้อนเพื่อหมุนธุรกิจ แต่หลายคนกลับต้องเผชิญปัญหา ยื่นกู้แล้วไม่ผ่าน ทั้งที่มีโฉนดที่ดินอยู่ในมือ
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกสาเหตุสำคัญที่ทำให้การขอ เชื่อโฉนดที่ดิน หรือสินเชื่อโฉนดที่ดินไม่ผ่าน พร้อมแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ และวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
เอกสารและคุณสมบัติผู้กู้ไม่ผ่านเกณฑ์
เอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรงกัน
หนึ่งในสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้การยื่นขอสินเชื่อโฉนดที่ดินไม่ผ่าน คือเอกสารไม่ครบถ้วน หรือข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน เช่น
- ชื่อในโฉนดกับบัตรประชาชนสะกดไม่ตรง
- โฉนดที่ดินไม่ใช่ฉบับตัวจริง
- ทะเบียนบ้านไม่อัปเดต
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการสินเชื่อ เอกสารถือเป็นหัวใจสำคัญในการพิจารณา
อายุและสถานะผู้กู้ไม่เข้าเงื่อนไข
ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนใหญ่มักกำหนดอายุผู้กู้ขั้นต่ำและสูงสุด เช่น 20–65 ปี รวมถึงต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย หากอยู่นอกเกณฑ์ก็อาจถูกปฏิเสธได้
ภาระหนี้เดิมสูงเกินไป
หากผู้กู้มีภาระหนี้สินหลายรายการ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือค่างวดรถยนต์สูงเกินสัดส่วนรายได้ จะทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระลดลง ส่งผลให้การยื่นกู้ไม่ผ่าน
ปัญหาด้านโฉนดที่ดินและหลักทรัพย์ค้ำประกัน
โฉนดที่ดินติดภาระผูกพัน
โฉนดที่ดินที่ติดจำนองอยู่แล้ว หรือมีการอายัดทางกฎหมาย อาจทำให้ไม่สามารถนำมายื่นขอสินเชื่อได้ หรือได้วงเงินต่ำกว่าที่คาดหวัง
ประเภทโฉนดไม่เป็นที่ยอมรับ
โฉนดที่ดินมีหลายประเภท เช่น
- โฉนดครุฑแดง
- น.ส.3 ก / น.ส.3
บางประเภทอาจไม่ผ่านเกณฑ์ของผู้ให้บริการบางราย การเลือกผู้ให้บริการที่รับพิจารณาโฉนดหลากหลายประเภทจึงสำคัญมาก
ราคาประเมินต่ำกว่าที่คาด
หลายคนเข้าใจว่าที่ดินของตนมีมูลค่าสูง แต่เมื่อประเมินจริงกลับได้ราคาต่ำ ทำให้วงเงินกู้ไม่ถึงเกณฑ์อนุมัติ
รายได้และความสามารถในการชำระหนี้ไม่ชัดเจน
ไม่มีเอกสารแสดงรายได้
ผู้กู้จำนวนมากเป็นอาชีพอิสระ ค้าขาย หรือไม่มีสลิปเงินเดือน หากไม่สามารถแสดงที่มาของรายได้อย่างชัดเจน จะทำให้การพิจารณายากขึ้น
รายได้ไม่สม่ำเสมอ
รายได้ขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่มีความต่อเนื่อง อาจทำให้ผู้พิจารณามองว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระ
เดินบัญชีไม่สัมพันธ์กับรายได้จริง
บัญชีธนาคารที่ใช้รับรายได้ควรมีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ หากยอดเงินเข้าออกไม่ชัด อาจส่งผลต่อผลการพิจารณา
เลือกแหล่งสินเชื่อไม่เหมาะสม
เงื่อนไขเข้มงวดเกินไป
ธนาคารหรือสถาบันการเงินบางแห่งมีเกณฑ์ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้กู้ทั่วไปผ่านยาก
วงเงินอนุมัติต่ำกว่าความต้องการ
ผู้ให้บริการบางรายปล่อยวงเงินเพียง 50–70% ของราคาประเมิน ทำให้ไม่ตอบโจทย์ความต้องการเงินก้อน
ทางเลือกจากผู้ให้บริการนอกระบบธนาคาร
ปัจจุบันมีผู้ให้บริการสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย เช่น บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ที่ให้บริการสินเชื่อโฉนดที่ดิน วงเงินสูงสุดถึง 130% ของราคาประเมิน และไม่ต้องเสียเวลาไปจดจำนองที่กรมที่ดิน ช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มโอกาสอนุมัติได้จริง
เตรียมตัวยื่นใหม่อย่างไรให้ผ่านง่ายขึ้น
ตรวจสอบโฉนดและเอกสารล่วงหน้า
ควรตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับก่อนยื่นกู้ เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธจากข้อผิดพลาดเล็กน้อย
วางแผนภาระหนี้ให้เหมาะสม
เคลียร์หนี้บางส่วน หรือปรับโครงสร้างหนี้ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการผ่อนชำระ
ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
การขอคำแนะนำจากผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ จะช่วยประเมินโอกาสผ่านตั้งแต่ต้น และเลือกแผนสินเชื่อที่เหมาะกับสถานการณ์ของตนเองมากที่สุด
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อโฉนดที่ดิน
Q1: ยื่นกู้ไม่ผ่าน สามารถยื่นใหม่ได้ไหม?
ได้ สามารถยื่นใหม่ได้หลังจากปรับปรุงจุดที่เป็นปัญหา
Q2: ไม่มีสลิปเงินเดือน ขอสินเชื่อได้หรือไม่?
ได้ หากมีหลักฐานรายได้รูปแบบอื่น เช่น เดินบัญชีธนาคาร
Q3: โฉนดติดจำนองเดิม ยังกู้ได้ไหม?
บางกรณีสามารถรีไฟแนนซ์หรือปิดยอดเดิมได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข
Q4: ใช้เวลากี่วันถึงรู้ผลอนุมัติ?
โดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน หากเอกสารครบและผ่านเกณฑ์
สรุปท้ายบทความ
การยื่นกู้สินเชื่อโฉนดที่ดินไม่ผ่าน มักเกิดจากเอกสารไม่ครบ โฉนดมีปัญหา รายได้ไม่ชัดเจน หรือเลือกแหล่งสินเชื่อไม่เหมาะสม หากเตรียมตัวอย่างถูกต้อง ตรวจสอบเงื่อนไขล่วงหน้า และเลือกผู้ให้บริการที่เข้าใจลูกค้า เช่น ผู้ให้บริการสินเชื่อที่เน้นความยืดหยุ่นและวงเงินสูง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติได้มากขึ้น ที่ดินจึงไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่เป็นทุนทางการเงินที่ต่อยอดอนาคตได้จริง


