ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับผู้สมัครงาน ผู้สมัครฝึกงาน สมาชิกในครอบครัวและบุคคลอ้างอิง
“บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด” (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้สมัครงาน ผู้สมัครฝึกงาน สมาชิกในครอบครัวและบุคคลอ้างอิง (เรียกว่า “ท่าน”) และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) นี้ขึ้นมา เพื่อแจ้งให้ท่านรับทราบ และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การนำไปใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิตามกฎหมายของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
คำจำกัดความ
- ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง
หรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม - ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ
การเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ในที่นี้หมายถึงบริษัท) - ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล การนำไปใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท
ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้
วัตถุประสงค์ | ฐานทางกฎหมาย |
(1) เพื่อดำเนินการที่จำเป็นในการพิจารณา และคัดเลือกผู้สมัครงาน และผู้ฝึกงานในขั้นต่างๆ เช่น ขั้นตอนการสมัครงานผ่านเว็บไซต์ (Website) ของบริษัท สมัครงานผ่านเว็บไซต์ (Website) สมัครงานอื่น หรือสมัครงานผ่านทางบริษัทโดยตรง ขั้นตอนการสัมภาษณ์ ขั้นตอนการประเมิน การคัดเลือก และขั้นตอนการเสนอจ้าง | - การปฏิบัติตามสัญญา
- ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- ความยินยอม
|
(2) เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติ และคุณสมบัติก่อนการจ้างงานภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ประวัติสุขภาพ และตรวจสอบข้อมูลจากบุคคลอ้างอิงตามที่ระบุ | - การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
- ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- ความยินยอม
|
(3) เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการภายในองค์กรเกี่ยวกับกระบวนการจ้างงาน เช่น การส่งข้อมูลผู้สมัครหรือรายงานการสัมภาษณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีอำนาจตัดสินใจคัดเลือก กระบวนการภายในเพื่อจัดทำสัญญาจ้าง รวมถึงกระบวนการบริหารงานบุคคลอื่นๆ | - ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
- ความยินยอม
|
(4) ทรัพย์สิน และดูแลความสงบเรียบร้อย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตร่างกายของบุคคลและทรัพย์สินของบริษัท การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคาร หรือสถานที่ของบริษัท และการบันทึกภาพและเสียงภายในอาคารหรือสำนักงานของบริษัทด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) | |
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ระบุในข้อกำหนดฉบับนี้หรือบางส่วน ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของบริษัท ดังนี้
- ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน เช่น คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด เพศ อายุ สัญชาติ รูปภาพ ลายมือชื่อ ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ) เป็นต้น
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลขโทรสาร อีเมลแอดเดรส (E-mail address) ชื่อบัญชีเข้าใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น ไอดีไลน์ (LINE ID) รวมถึงข้อมูลในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่างๆ รายละเอียดการติดต่อของบุคคลอ้างอิง เป็นต้น
- ข้อมูลการศึกษา เช่น วุฒิการศึกษา สถานศึกษา ประวัติการเรียน ใบรับรองผลการศึกษา ประกาศนียบัตร เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น อาชีพ ตำแหน่งงาน หน่วยงาน รายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาจ้าง นายจ้าง สถานที่ทำงาน ประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน ใบสมัครงาน ข้อมูลความเป็นเจ้าของหรืออัตราส่วนการถือหุ้น ข้อมูลการประเมินผลการปฏิบัติงาน (เช่น การประเมินผลการทดลองงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี) ข้อมูลการขาดงาน (เช่น วันที่ขาดงาน หรือการใช้วันหยุดพักร้อนและวันลาประเภทอื่น) ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย (เช่น การประพฤติมิชอบหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในฐานะพนักงาน) เป็นต้น
- ข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือนและค่าตอบแทน เช่น ข้อมูลรายได้ ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นต้น
- ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคารสำหรับการจ่ายค่าจ้าง ผลตอบแทน หรือเงินสวัสดิการต่างๆ เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ เช่น สถานภาพทางทหาร สถานภาพทางการสมรส ข้อมูลเกี่ยวกับบุตร รายละเอียดการติดต่อในกรณีฉุกเฉิน และผู้รับผลประโยชน์ ข้อมูลการถือหลักทรัพย์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ข้อมูลการบันทึกภาพถ่ายกิจกรรมบริษัท บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) วัน และเวลาการที่เข้ามาติดต่อ หรือเข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงาน/สาขาของบริษัท เป็นต้น
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ได้แก่
- เชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์
- ประวัติอาชญากรรม
- ข้อมูลสุขภาพ
- ความพิการ
- ข้อมูลสหภาพแรงงาน
- ข้อมูลพันธุกรรม
- ข้อมูลชีวภาพ
- ข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
ทั้งนี้ บริษัทไม่มีความประสงค์เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว หากไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายไม่ต้องขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง หรือให้ผ่านบริษัท หรือมีอยู่กับบริษัท โดยข้อมูลนั้นมาจากการสมัครงานหรือฝึกงาน การทำสัญญาจ้างกับบริษัท การลงนามในสัญญาจ้าง การกรอกข้อมูลลงในแบบพิมพ์หรือสัญญาจ้าง การแนบเอกสารประกอบการทำสัญญาจ้าง การทำแบบสอบถาม การทำสัญญาค้ำประกัน หรือการลงทะเบียนต่าง ๆ หรือเมื่อท่านติดต่อบริษัทเพื่อขอข้อมูล เอกสาร หลักฐาน หรือสอบถามผ่านทางช่องทางใด ๆ ของบริษัท เช่น สาขา เว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล หรือ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของบริษัท เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook) แอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE Application) เป็นต้น
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น เช่น บริษัทอื่นในกลุ่มของบริษัท บริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการของพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการเว็บไซต์สมัครงาน ผู้ให้บริการข้อมูล ลูกค้าของบริษัท บุคคลหรือนิติบุคคลที่มาทำธุรกรรมกับบริษัท หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล เป็นต้น
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น โดยมีการกำหนดระยะเวลาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
(1) บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่ ยุติความสัมพันธ์(กรณีที่ไม่ได้รับการคัดเลือก) และเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเวลา 10 ปี หลังจากพ้นสภาพพนักงาน หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่หน่วยงานที่ควบคุมกำกับดูแลธุรกิจของบริษัทกำหนด หรือเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือจัดเก็บตามนโยบาย ระเบียบ คำสั่ง คู่มือการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทกำหนดไว้
ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใดๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานภายในบริษัท และบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ภายใต้หลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้
(1) ภายในบริษัท
- ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผยให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานภายในบริษัทเฉพาะที่เกี่ยวข้อง และมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น โดยบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ของบริษัท จะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นและเหมาะสม
(2) ภายนอกบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ดังนี้
- บริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ การบริหารงานภายใน รวมถึงดำเนินกิจกรรมอื่นใดตามที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัว
- หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
- หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดี การโต้แย้งข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหา การต่อสู้คดีของบริษัท เช่น คู่ความในคดี พยาน เป็นต้น
- ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัท รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมหรือซื้อกิจการ การแยกหรือการโอนกิจการ การซื้อทรัพย์สิน การโอนหรือขายหนี้ การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ เป็นต้น
- ผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญากรณีมีการดำเนินโครงการหรือทำธุรกิจร่วมกัน)
- บุคคลภายนอกอื่นๆ เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ และตัวแทนของบุคคลดังกล่าว บริษัท หรือสถาบันการเงิน เป็นต้น
ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะมีวัตถุประสงค์โดยเฉพาะเจาะจง ภายใต้ฐานทางกฎหมาย และมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่สามดังกล่าวใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของตนเอง บริษัทอนุญาตให้บุคคลที่สามใช้ข้อมูลเท่าที่จําเป็นอย่างเฉพาะเจาะจง และปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของบริษัทเท่านั้น
การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือคลาวด์ (Cloud) ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูป และรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และบริษัทจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม
ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูล และ/หรือเอกสาร ผู้ให้บริการ Server/Cloud โดยมีวัตถุประสงค์ที่จำเป็นเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลและ/หรือเอกสารแทนบริษัทไว้บน Server/Cloud ในต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการเพื่อทำให้มั่นใจว่า ประเทศของผู้รับข้อมูลมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่น้อยกว่าประเทศไทย หรือในกรณีที่เป็นการส่งหรือโอนภายใต้ขอบเขตของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะพยายามส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ให้บริการหรือผู้รับข้อมูลของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ ด้วยวิธีการที่ปลอดภัย เพื่อรักษา ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครอง และท่านสามารถใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงบริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ
สิทธิของผู้สมัครงาน ผู้สมัครฝึกงาน สมาชิกในครอบครัวและบุคคลอ้างอิง ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ในฐานะเจ้าของข้อมูล
ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่บริษัท โดยจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ เมื่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งสิทธิต่างๆ ของท่านมีรายละเอียด ดังนี้
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ในกรณีที่บริษัทขอความยินยอมจากท่าน ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทได้
- สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายกำหนด เว้นแต่ กรณีที่บริษัทจะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
- สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เว้นแต่ กรณีที่บริษัทจะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายกำหนด
- สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง กรณีแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทได้ตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่ บริษัทไม่สามารถทำได้โดยสภาพทางเทคนิค หรือบริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรณีที่บริษัทหรือพนักงานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม
บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งบริษัทเพื่อขอถอนความยินยอมของท่านเมื่อใดก็ได้
ข้อมูลและช่องทางการติดต่อบริษัท
บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด
สถานที่ติดต่อ: 1282/13 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 30000
- ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
- ช่องทางโทรศัพท์ : 02-114-8988
- ช่องทาง Facebook : เพื่อนแท้ เงินด่วน: Puean.co.th
- ช่องทาง Line : @pueantae
- ช่องทางอื่นๆ ที่เป็นช่องทางการสื่อสารของบริษัท
เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล: ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)
สถานที่ติดต่อ: 1282/13 ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 30000
การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) เกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นครั้งคราว
โดยบริษัทจะแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับกรรมการและผู้ถือหุ้นฉบับปัจจุบันไว้ที่สำนักงานใหญ่ และเว็บไซต์ของบริษัท https://www.puean.co.th
ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 1 เมษายน 2569