ประกาศบริษัท

หลักเกณฑ์และลำดับการตัดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน

สำหรับลูกค้าสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์พลัส ประจำปี 2569

บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด และบริษัทย่อย

1. วัตถุประสงค์

นโยบายฉบับนี้ บริษัท เพื่อนแท้ แคปปิตอล จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกรอบแนวทางและมาตรฐานในการตัดชำระหนี้สำหรับสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์พัส โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการสร้างระบบการบริหารจัดการหนี้ที่โปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดวินัยทางการเงินที่ดีแก่ลูกหนี้ และลดโอกาสในการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาความสมดุลระหว่างการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพของบริษัทฯ และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกค้า

การกำหนดลำดับการตัดชำระหนี้ที่ชัดเจนไม่เพียงแต่จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่องได้อย่างแม่นยำเท่านั้น แต่ยังถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ลูกหนี้สามารถลดภาระเงินต้นลงได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ นโยบายนี้ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการดูแลลูกค้าด้วยความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างบริษัทและลูกค้าควบคู่ไปกับการปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมขององค์กรและเสถียรภาพทางการเงินของลูกค้าในระดับฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ

2. คำนิยาม

“สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์พลัส”

หมายความว่า การให้สินเชื่อแก่บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ มีวัตถุประสงค์เพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลที่มีหรือไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน โดยมีวงเงินรวมไม่เกิน หนึ่งแสนบาท ต่อลูกหนี้แต่ละราย และมีระยะเวลาการให้สินเชื่อตามที่บริษัทกำหนด

“ค่างวด”

หมายความว่า จำนวนเงินรวมที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระคืนให้แก่บริษัทในแต่ละรอบระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงิน โดยการคำนวณค่างวดดังกล่าวให้ครอบคลุมเฉพาะส่วนของ เงินต้น และ ดอกเบี้ย ตามอัตราที่ตกลงกันเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการทวงถามหนี้ หรือเบี้ยปรับอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดนัดชำระหนี้

สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์พลัส

หลักเกณฑ์และลำดับการตัดชำระหนี้

1
1. ค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปจริง
2
2. ดอกเบี้ย
3
3. เงินต้น
4
4. ค่าติดตาม (ถ้ามี)
5
5. ค่าปรับ (ถ้ามี)

3. ลำดับการตัดชำระ

3.1 การชำระกรณีมีหลายสัญญา หรือบันทึกข้อตกลงรวมสัญญา

ในกรณีที่ผู้กู้มีสัญญาสินเชื่อมากกว่า 1 (หนึ่ง) สัญญา ผู้กู้และบริษัทฯ อาจตกลงกันในการเลือกชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญาหนึ่งสัญญาใดก่อนก็ได้ หรือในกรณีที่ผู้กู้ไม่ได้แสดงเจตนาในการชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญาใดก่อน บริษัทฯ จะดำเนินการตัดชำระหนี้ในสัญญานโยบายที่เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าก่อนตามลำดับ

3.2 ในการรับชำระเงินแต่ละครั้ง บริษัทฯ จะนำเงินไปตัดชำระตามลำดับ ดังนี้
1
ค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปจริงและสมควรแก่เหตุจากการทำสัญญา หมายถึง ค่าบริการตรวจสอบหลักประกัน ค่าอากรแสตมป์
2
ดอกเบี้ย
3
เงินต้น
4
ค่าติดตาม (ถ้ามี)
5
ค่าปรับ (ถ้ามี)
6
ค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปจริงและสมควรแก่เหตุ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าติดตามบังคับ ทรัพย์สินที่ผู้กู้วางไว้เป็นหลักประกัน ค่าจดทะเบียนจำนอง (ถ้ามี) ค่าฤชาธรรมเนียมศาล (ถ้ามี) และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี)
3.3 บริษัทฯ

จะไม่นำดอกเบี้ย อัตรากำไรจากการให้สินเชื่อ ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมอื่นใด และค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายไปจริงและสมควรแก่เหตุ มารวมกับจำนวนหนี้ที่ค้างชำระเพื่อคิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ และค่าปรับอีก

3.4 แนวทางปฏิบัติกรณีมีค่าปรับและค่าติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ

ในกรณีที่ผู้กู้มีค่าปรับหรือค่าติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระอยู่ เมื่อบริษัทฯ นำเงินไปตัดชำระตามลำดับในข้อ 3.2.1 ถึง 3.2.3 จนครอบคลุมยอด “ค่างวด” (ดอกเบี้ยและเงินต้น) ของงวดนั้น ๆ ครบถ้วนแล้ว

ให้ถือว่า ผู้กู้ไม่มีค่างวดค้างชำระในงวดดังกล่าว แม้ว่าจะยังมีส่วนของข้อ 3.2.4 ถึง 3.2.6 คงค้างอยู่ก็ตาม โดยบริษัทฯ ผ่อนผันให้ยอดคงค้างตามข้อ 3.2.4 ถึง 3.2.6 นั้น ค้างชำระไว้ก่อนได้ เพื่อมุ่งเน้นให้ยอดเงินต้นของผู้กูลดลงเป็นลำดับแรก