ในปี 2026 รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของผู้ใช้รถในประเทศไทย ด้วยต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ใช้รถ EV คือ “ประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV แพงจริงไหม และควรเลือกแบบไหนถึงจะคุ้มค่า” บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกประเด็นเกี่ยวกับ ประกันรถยนต์ สำหรับรถ EV ในปี 2026 แบบครบถ้วน
ภาพรวมประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV ในปี 2026
แนวโน้มตลาดประกันรถยนต์ EV
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทประกันรถยนต์ต้องปรับแบบประกันให้รองรับรถ EV มากขึ้น ทั้งด้านความคุ้มครองแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า และอะไหล่เฉพาะทาง แนวโน้มปี 2026 เบี้ยประกันเริ่มมีการแข่งขันสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่คุ้มค่ามากกว่าเดิม
ทำไมประกันรถยนต์ EV ถึงถูกมองว่าแพง
สาเหตุหลักที่ทำให้หลายคนมองว่าประกันรถยนต์ไฟฟ้าแพง มาจากราคาค่าซ่อมที่สูง โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ระบบควบคุมไฟฟ้า และอะไหล่นำเข้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับความเสี่ยงและมูลค่ารถแล้ว เบี้ยประกันถือว่าสมเหตุสมผล
ความแตกต่างระหว่างประกันรถยนต์ EV กับรถน้ำมัน
ประกันรถยนต์ EV จะเน้นความคุ้มครองระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ และความเสียหายจากไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร ในขณะที่รถน้ำมันจะเน้นเครื่องยนต์และระบบกลไกเป็นหลัก
ประกันรถยนต์ EV แพงจริงหรือไม่
ปัจจัยที่มีผลต่อเบี้ยประกันรถยนต์
เบี้ยประกันรถยนต์ EV ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ราคาทุนประกัน รุ่นรถ ความจุแบตเตอรี่ ค่าอะไหล่ และประวัติการขับขี่ของผู้เอาประกัน
เปรียบเทียบเบี้ยประกัน EV กับรถยนต์ทั่วไป
ในปี 2026 เบี้ยประกันรถยนต์ EV ชั้น 1 โดยเฉลี่ยสูงกว่ารถน้ำมันประมาณ 10–20% แต่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าสามารถชดเชยส่วนต่างนี้ได้
ประกันรถยนต์ EV ถูกลงหรือแพงขึ้นในอนาคต
แนวโน้มระยะยาว เบี้ยประกันรถยนต์ EV มีโอกาสถูกลง เนื่องจากอะไหล่เริ่มผลิตในประเทศและมีข้อมูลความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้บริษัทประกันประเมินราคาได้แม่นยำกว่าเดิม
ประเภทประกันรถยนต์ EV ที่ควรรู้
ประกันรถยนต์ชั้น 1 สำหรับ EV
ให้ความคุ้มครองสูงสุด ครอบคลุมอุบัติเหตุทุกกรณี รถชน รถหาย ไฟไหม้ รวมถึงความเสียหายของแบตเตอรี่ เหมาะกับรถ EV ใหม่หรือมูลค่าสูง
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ สำหรับ EV
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าเบี้ยประกัน แต่ยังคงความคุ้มครองกรณีชนกับยานพาหนะทางบก
ประกันเฉพาะทางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
บางบริษัทมีแพ็กเกจเฉพาะสำหรับ EV เช่น คุ้มครองแบตเตอรี่เสื่อมก่อนกำหนด หรือความเสียหายจากสถานีชาร์จ
เลือกประกันรถยนต์ EV แบบไหนคุ้มที่สุด
ดูความคุ้มครองแบตเตอรี่เป็นหลัก
แบตเตอรี่เป็นหัวใจของรถ EV ควรเลือกประกันรถยนต์ที่คุ้มครองแบตเตอรี่ทั้งกรณีอุบัติเหตุและไฟไหม้
เปรียบเทียบทุนประกันและค่าเสียหายส่วนแรก
ไม่ควรดูแค่เบี้ยประกันถูกที่สุด แต่ควรดูทุนประกัน ค่า Excess และเงื่อนไขการซ่อมด้วย
เลือกบริษัทประกันที่มีศูนย์ซ่อม EV
บริษัทประกันที่มีเครือข่ายศูนย์ซ่อม EV จะช่วยลดระยะเวลาการซ่อมและค่าใช้จ่ายแฝง
เทคนิคประหยัดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ EV
เลือกประกันตามพฤติกรรมการขับขี่
บางบริษัทมีประกันรถยนต์แบบ Usage-Based Insurance ที่คิดเบี้ยตามพฤติกรรมการขับ
ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย
การติดตั้งกล้องหน้ารถหรือระบบติดตาม GPS อาจช่วยลดเบี้ยประกันได้
เปรียบเทียบประกันรถยนต์หลายบริษัท
ควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัท เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าสูงสุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ประกันรถยนต์EV จำเป็นต้องทำชั้น 1 ไหม คำตอบ : หากเป็นรถใหม่หรือมูลค่าสูง แนะนำประกันชั้น 1 เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุม
- แบตเตอรี่รถEV เคลมประกันได้หรือไม่ คำตอบ : ได้ หากความเสียหายเกิดจากอุบัติเหตุหรือเหตุที่อยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์
- ประกันรถยนต์EV คุ้มครองไฟไหม้จากการชาร์จหรือไม่ คำตอบ : ส่วนใหญ่คุ้มครอง แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจน
- รถEV มือสองควรทำประกันแบบไหน คำตอบ : แนะนำชั้น 2+ หรือ 3+ ขึ้นอยู่กับอายุรถและงบประมาณ
สรุป
ในปี 2026 ประกันรถยนต์ไฟฟ้า EV อาจดูแพงกว่ารถยนต์ทั่วไปเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาความคุ้มครองที่ครอบคลุมระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รวมถึงต้นทุนการใช้งานที่ต่ำกว่าในระยะยาว ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า การเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสม ควรดูทั้งความคุ้มครอง เงื่อนไข และความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน เพื่อให้ได้ความอุ่นใจสูงสุดในการใช้รถ EV






