รถแต่ง รถโหลด ประกันจะปฏิเสธการเคลมได้ไหม สิ่งที่คนรักรถต้องรู้

รถแต่ง รถโหลด ประกันจะปฏิเสธการเคลมได้ไหม สิ่งที่คนรักรถต้องรู้

    การแต่งรถเป็นความหลงใหลของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการโหลดเตี้ย ใส่ล้อซิ่ง เปลี่ยนท่อแต่ง หรืออัปเกรดช่วงล่างใหม่ทั้งหมดเพื่อความสวยงามหรือเพิ่มสมรรถนะ แต่สิ่งที่เจ้าของรถแต่งมักกังวลอยู่เสมอคือ “ประกันรถยนต์จะเคลมให้หรือไม่?” หากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายขึ้นจริง เพราะมีผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยที่ถูก ปฏิเสธการเคลม เนื่องจากรถมีการดัดแปลงจนไม่ตรงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ 

    บทความนี้จะพาเจาะลึกทุกประเด็นเกี่ยวกับ รถแต่ง รถโหลด กับ ประกันรถยนต์ ว่าอะไรที่เคลมได้ อะไรที่อาจถูกปฏิเสธ รวมถึงวิธีลดความเสี่ยงไม่ให้ถูกยกเลิกความคุ้มครอง พร้อมคำแนะนำเชิงปฏิบัติที่คนรักรถทุกคนควรรู้ พร้อมแทรกเกร็ดความรู้ด้านวางแผนการเงินจากบริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน ผู้ให้บริการสินเชื่อโฉนดที่ดินและพิโกไฟแนนซ์ สำหรับคนที่กำลังมองหาเงินทุนไปแต่งรถ หรือใช้ซ่อมรถแบบเร่งด่วน 

รถแต่ง รถโหลด ส่งผลต่อประกันรถยนต์อย่างไร?

รถแต่ง รถโหลด ส่งผลต่อประกันรถยนต์อย่างไร?

รถแต่งคือรถที่มีการปรับเปลี่ยนสภาพจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านความสวยงามหรือสมรรถนะ เช่น 

    • โหลดเตี้ย / ยกสูง 
    • เปลี่ยนล้อแม็กขนาดใหญ่ 
    • ท่อแต่ง 
    • ช่วงล่างซิ่ง 
    • บอดี้คิท 
    • เปลี่ยนเบาะหรือพวงมาลัย 
    • ติดเทอร์โบ ใส่กล่องจูน 

บริษัทประกันรถยนต์คำนวณความเสี่ยงจากสภาพรถที่ “เดิมจากโรงงาน” เป็นหลัก เมื่อลูกค้าดัดแปลงรถ ความเสี่ยงตามการประเมินอาจเพิ่มขึ้น เช่น โอกาสเฉี่ยวชนมากขึ้นจากรถโหลดเตี้ย หรือโอกาสเสียหายส่วนเครื่องยนต์จากการเพิ่มแรงม้า 

กรณีที่พบได้บ่อย เช่น 

    • เปลี่ยนล้อใหญ่ทำให้วงเลี้ยวเปลี่ยน  ชนฟุตบาท 
    • โหลดเตี้ยเกินไป  ชนคอนกรีต / ท้องรถเสียหาย 
    • ติดกล่องจูน เพิ่มแรงม้า  ทำให้เครื่องยนต์เสื่อมเร็วกว่าปกติ 

ประกันรถยนต์ส่วนใหญ่ “ไม่ได้ปฏิเสธการรับทำประกัน” กับรถแต่ง แต่ต้องมีการ แจ้งล่วงหน้า และตรวจสภาพตามจริง หากลูกค้าไม่แจ้ง การเคลมอาจมีโอกาสถูกปฏิเสธได้ 

กรณีไหนที่รถแต่งอาจถูกปฏิเสธการเคลม?

กรณีไหนที่รถแต่งอาจถูกปฏิเสธการเคลม?

บริษัทประกันรถยนต์สามารถปฏิเสธการเคลมได้หากเข้าข่ายใดเข้าข่ายหนึ่งดังต่อไปนี้ 

1) ไม่แจ้งดัดแปลงรถล่วงหน้า

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่คนแต่งรถถูกปฏิเสธเคลม หากดัดแปลงแล้วไม่แจ้ง ถือเป็นการ “ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์” เพราะประกันคุ้มครองจากสภาพรถเดิมก่อนเอาประกัน 

ตัวอย่างเช่น 

    • ซื้อประกันรถจากเดิม แต่หลังจากนั้นเปลี่ยนล้อใหญ่ 20 นิ้ว 
    • โหลดเตี้ยจนความสูงรถเปลี่ยนไปมาก 
    • ติดโรลบาร์เพิ่มน้ำหนัก 

พอเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันอาจเห็นว่ารถสภาพไม่ตรงตามที่ทำกรมธรรม์ไว้ จึงปฏิเสธบางส่วนหรือทั้งหมด 

2) แต่งรถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ถ้าไส้ในรถถูกปรับแต่งจนมีผลต่อการขับขี่ เช่น 

    • จูนเครื่องเพิ่มแรงม้าจนเกินมาตรฐาน 
    • ถอดอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ถุงลมนิรภัย 
    • ใส่โช้คแข็งมากจนรถเสียการทรงตัว 

กรณีนี้ประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการเคลมได้ 

3) แต่งรถผิดกฎหมาย

เช่น 

    • ท่อเสียงดังเกินมาตรฐาน 
    • ไฟหน้าสีผิดกฎหมาย 
    • ใช้ชิ้นส่วนที่ไม่ได้รับมาตรฐาน 

ถ้าตำรวจสั่งไม่ให้ใช้งาน แล้วเกิดอุบัติเหตุทันที อาจยิ่งซ้ำเติมให้ถูกปฏิเสธการเคลมได้ง่ายขึ้น 

4) ความเสียหายไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ

ประกันไม่คุ้มครองกรณีที่เกิดจากการแต่งรถ เช่น 

    • เครื่องพังเพราะจูนเครื่อง 
    • เกียร์พังเพราะโหลดเตี้ย 
    • ช่วงล่างเสียเพราะใช้ล้อใหญ่เกินไป 

ทั้งหมดนี้ถูกจัดว่าเป็น “สึกหรอจากการใช้งานผิดปกติ” 
ไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันรถยนต์ 

แต่งรถแบบไหนยังเคลมได้?

แต่งรถแบบไหนยังเคลมได้?

แม้ว่ารถแต่งจะมีโอกาสถูกปฏิเสธ แต่ก็มีการแต่งบางแบบที่ยังคง เคลมได้ปกติ หากแจ้งล่วงหน้าหรืออยู่ในมาตรฐานที่ปลอดภัย เช่น 

1) แต่งแบบเสริมความงาม

ไม่มีผลต่อสมรรถนะ 

    • แร็พสีกันรอย 
    • สปอยเลอร์หลัง 
    • ปรับแต่งภายใน 
    • ไฟ LED ภายใน 
    • สเกิร์ตรอบคัน 

กรณีเหล่านี้ประกันมักยอมรับ และเคลมได้เหมือนเดิม 

2) เปลี่ยนล้อแม็กตามขนาดที่เหมาะสม

ล้อไม่ใหญ่เกินไป ไม่ทำให้การทรงตัวของรถผิดปกติ 
ส่วนใหญ่เคลมได้ หากแจ้งยี่ห้อและขนาด 

3) โหลดหรือยกสูงเล็กน้อย

ถ้าอยู่ในค่ามาตรฐานความปลอดภัย เช่น 

    • โหลดไม่เกิน นิ้ว 
    • ยกสูงตามชุดยกของแบรนด์ที่มีมาตรฐาน 

บริษัทประกันหลายแห่งอนุโลม 

4) แต่งแบบถูกกฎหมาย

ท่อแต่งที่มี มอก. 
อะไหล่มาตรฐาน 
การแต่งไม่ผิดกฎจราจร 

หากเข้าสู่ระบบถูกต้อง เคลมได้แน่นอน 

จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ประกันปฏิเสธการเคลม?

จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ประกันปฏิเสธการเคลม?

คนรักรถแต่งควรรู้วิธีลดความเสี่ยง ไม่ให้ถูกปฏิเสธเคลมเวลาประสบเหตุจริง โดยสามารถทำตามคำแนะนำดังนี้ 

1) แจ้งประกันทุกครั้งเมื่อมีการแต่งรถ 

ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนล้อ เปลี่ยนท่อ หรือโหลดเตี้ยเพียงเล็กน้อย ควรแจ้งบริษัทประกัน เพราะเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของคุณเอง 

2) เลือกอู่แต่งที่มีมาตรฐาน 

อะไหล่มี มอก. หรือผ่านมาตรฐานสากล 
ติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ 
ลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการเสียหายที่ประกันอาจไม่รับผิดชอบ 

3) ถ่ายรูปสภาพรถเก็บไว้เสมอ 

หลังแต่งควรเก็บภาพประกอบทั้งก่อน-หลัง เพื่อเป็นหลักฐานหากต้องเคลม 

4) อ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ 

บางบริษัทระบุชัดเจนว่า 

    • อะไรแต่งได้ 
    • อะไรแต่งไม่ได้ 
    • แต่งแล้วเพิ่มค่าเบี้ยเท่าไร 
      การอ่านเงื่อนไขทำให้ไม่เสียสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว 

5) เลือกประกันที่รองรับรถแต่งโดยเฉพาะ 

มีบริษัทประกันจำนวนไม่น้อยที่รับรถแต่งโดยเฉพาะ เช่น 

    • รถโหลด เตี้ย ยกสูง 
    • รถซิ่ง 
    • รถที่ใส่ล้อใหญ่ 

แม้จะมีค่าเบี้ยสูงขึ้น แต่แลกกับความสบายใจเวลาต้องเคลม 

วางแผนค่าใช้จ่ายรถแต่งอย่างไร ให้ไม่กระทบการเงิน?

วางแผนค่าใช้จ่ายรถแต่งอย่างไร ให้ไม่กระทบการเงิน?

การแต่งรถเป็นงานอดิเรกที่ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย ทั้งค่าของแต่ง อะไหล่พรีเมียม ค่าช่าง และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคต เช่น ค่าซ่อม ค่าประกันที่เพิ่มขึ้น หรือค่าเคลมบางส่วนที่ประกันไม่ครอบคลุม 

1) ตั้งงบแต่งรถแบบมีวินัย 

ควรตั้งงบประมาณชัดเจน ไม่ทุ่มเงินเกินกำลัง 

2) แยกเงินแต่งรถออกจากเงินจำเป็น 

เพื่อไม่ให้กระทบค่าใช้จ่ายประจำและเงินออม 

3) ใช้สินเชื่ออย่างเหมาะสมเมื่อจำเป็น 

หากมีค่าใช้จ่ายเร่งด่วน เช่น รถแต่งเกิดอุบัติเหตุต้องซ่อมด่วน แต่ไม่อยากกระทบเงินหมุนในครอบครัว 
สินเชื่อที่ใช้โฉนดที่ดินค้ำประกันเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยบริหารสภาพคล่องได้ดี 

ตรงนี้เองที่บริการของ บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ช่วยตอบโจทย์ได้ดี โดยมีจุดเด่นคือ 

    • อนุมัติวงเงินสูงสุด 130% ของราคาประเมินที่ดิน 
    • อนุมัติไว ไม่ต้องไปจดจำนองที่กรมที่ดินเอง 
    • ขั้นตอนง่ายเพียง ขั้นตอน: ประเมินที่ดิน  เตรียมเอกสาร  ทำสัญญา  รับเงิน 
    • เอกสารไม่ยุ่งยาก ใช้เพียง 
    • โฉนดที่ดิน 
    • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน 
    • บัญชีธนาคาร 

เหมาะกับคนที่ต้องการเงินด่วนในการซ่อมรถ แต่งรถ หรือเสริมสภาพคล่องในธุรกิจโดยไม่ต้องขายของแต่งหรือทรัพย์สินอื่นทิ้ง 

สรุป

    รถแต่ง รถโหลด สามารถทำประกันรถยนต์และเคลมได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของ “การแจ้งข้อมูลอย่างถูกต้อง” และต้องไม่นำไปแต่งจนผิดกฎหมายหรือเพิ่มความเสี่ยงเกินกว่าประกันจะยอมรับ หากไม่แจ้งการดัดแปลง อาจทำให้ถูกปฏิเสธการเคลมได้ทันที การเลือกอู่แต่งรถที่ได้มาตรฐาน อะไหล่มี มอก. และเลือกประกันที่รองรับรถแต่งโดยเฉพาะคือวิธีลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด และหากต้องการเงินด่วนเพื่อซ่อมหรือแต่งรถ ก็สามารถใช้บริการสินเชื่อจาก เพื่อนแท้ เงินด่วน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องอย่างถูกต้องและปลอดภัย 

เพื่อนแท้ เงินด่วน