ในยุคที่สภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน การรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่ายกลายเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถยนต์เก่าหรือผู้ที่ขับรถน้อย การจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ราคาแพงอาจดูไม่สมเหตุสมผล หลายคนจึงเกิดความสับสนและตั้งคำถามว่า ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ และมีความแตกต่างกับ “ประกันชั้น 3+” มากน้อยแค่ไหน การจ่ายเงินเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อยจะคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับกลับมาจริงหรือ บทความนี้จะสรุปทุกความคุ้มครอง ข้อดี-ข้อเสีย พร้อมตารางเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด วันนี้ “เพื่อนแท้เงินด่วน” จะพาไปทำความรู้จักกับทางเลือกประกันภัยราคาประหยัดที่จะช่วยให้คุณอุ่นใจในทุกการขับขี่
ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่สงสัยว่าประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง นิยามสั้นๆ ของประกันประเภทนี้คือ “ความคุ้มครองขั้นพื้นฐานที่กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ควรมี” โดยหลักการทำงานคือ “ซ่อมเขา แต่ไม่ซ่อมเรา” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินก้อนโตจากการไปละเมิดผู้อื่น โดยรายละเอียดความคุ้มครองเจาะลึกมีดังนี้
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ทรัพย์สิน)
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของประกันชั้น 3 ลองจินตนาการดูว่า หากเราขับรถเก่าราคาไม่กี่หมื่นบาท ไปเฉี่ยวชนรถคันอื่นหากไม่มีประกัน เราอาจต้องหาเงินเพื่อมาจ่ายค่าซ่อมให้คู่กรณี แต่ถ้ามีประกันชั้น 3 บริษัทประกันจะเข้ามา “รับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี” แทนเราตามวงเงินที่ระบุไว้ ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถคู่กรณี ค่าเสียหายของร้านค้า เสาไฟฟ้า หรือทรัพย์สินสาธารณะที่เราขับไปชน
ความรับผิดต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก
ความเสียหายต่อรถยังพอประเมินราคาได้ แต่ความเสียหายต่อ “ชีวิต” นั้นประเมินค่าไม่ได้ และมักนำมาซึ่งคดีความและการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก หากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้บุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ประกันชั้น 3 จะเข้ามาช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินจาก พ.ร.บ. และจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบเหตุ ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา และลดโอกาสที่ผู้ขับขี่จะต้องรับภาระหนี้สินจากการถูกฟ้องล้มละลาย
สิ่งที่ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครอง
เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง สิ่งที่ต้องตระหนักไว้เสมอคือ ประกันประเภทนี้ “ไม่ซ่อมรถเราในทุกกรณี” หากเกิดอุบัติเหตุชนกัน เราต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมรถของตัวเองทั้งหมด นอกจากนี้ยัง ไม่คุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้ หากรถถูกขโมยหรือเกิดไฟไหม้ขึ้น ผู้เอาประกันจะต้องรับความเสี่ยงในส่วนนี้เองทั้งหมด ดังนั้นประกันชั้น 3 จึงเหมาะกับรถที่มีมูลค่าไม่สูงมาก หรือเจ้าของรถยอมรับความเสี่ยงเรื่องตัวรถได้
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ต่างจากชั้น 3 อย่างไร?
หลังจากทราบแล้วว่า ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง หากใครรู้สึกว่าความคุ้มครองยังน้อยเกินไป “ประกันชั้น 3+” (3 พลัส) คือคำตอบที่ขยับขึ้นมา เป็นประกันราคาประหยัดที่อัปเกรดความคุ้มครองให้ใกล้เคียงชั้น 1 มากขึ้นในบางมิติ โดยมีรายละเอียดที่แตกต่างชัดเจนดังนี้
จุดเด่นที่เพิ่มมา ซ่อมเขา + ซ่อมเรา
ข้อแตกต่างที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือ ประกันชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครอง “การซ่อมรถเรา” ด้วย ซึ่งต่างจากชั้น 3 ธรรมดาอย่างสิ้นเชิง แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ผู้ทำประกันต้องจำให้แม่นคือ “ต้องเป็นอุบัติเหตุแบบรถชนรถที่มีคู่กรณีเท่านั้น” คำว่าคู่กรณีในที่นี้ต้องเป็น “ยานพาหนะทางบก” ที่สามารถระบุทะเบียนหรือตัวตนได้ หากเป็นกรณีถอยชนเสา ชนต้นไม้ หรือถูกชนแล้วหนีจำทะเบียนไม่ได้ ประกันชั้น 3+ จะไม่ซ่อมรถเรา (แต่ยังซ่อมทรัพย์สินคู่กรณีให้หากเราเป็นฝ่ายผิดและไปชนทรัพย์สินอื่น)
วงเงินความคุ้มครองรถเรา
ในขณะที่ประกันชั้น 1 มักจะกำหนดทุนประกันตามราคากลางของตลาด (ประมาณ 80% ของราคารถ) แต่สำหรับประกันชั้น 3+ การซ่อมรถเราจะขึ้นอยู่กับ “ทุนประกันที่เลือกซื้อ” ซึ่งเป็นวงเงินคงที่ เช่น ทุน 100,000 บาท หรือ 200,000 บาท ไม่ว่ารถเราจะเสียหายหนักแค่ไหน บริษัทประกันจะจ่ายค่าซ่อมสูงสุดไม่เกินวงเงินนี้ หากค่าซ่อมเกินกว่าทุนประกัน ผู้เอาประกันต้องจ่ายส่วนต่างเอง
กรณีรถหายและไฟไหม้
โดยปกติประกันชั้น 3+ มาตรฐานอาจจะไม่รวมความคุ้มครองส่วนนี้ แต่ปัจจุบันหลายบริษัทประกันภัยได้ออกแพ็กเกจ 3+ ที่มีความยืดหยุ่น โดยบางแผนกรมธรรม์อาจจะ “พ่วงความคุ้มครองรถหายและไฟไหม้” มาให้ด้วยในวงเงินที่จำกัด (เช่น ตามทุนประกัน 100,000 บาท) ซึ่งต้องตรวจสอบรายละเอียดในกรมธรรม์ก่อนซื้อทุกครั้ง หากมีส่วนนี้เพิ่มเข้ามาก็จะช่วยปิดช่องโหว่ความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
เปรียบเทียบชัดๆ ประกันชั้น 3 vs 3+ เลือกแบบไหนดี?
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดของความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 3 เมื่อเทียบกับ 3+ แล้ว แบบไหนจะตอบโจทย์เงินในกระเป๋าและไลฟ์สไตล์การขับขี่มากกว่ากัน สามารถดูได้จากตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้
หัวข้อเปรียบเทียบ | ประกันรถยนต์ ชั้น 3 | ประกันรถยนต์ ชั้น 3+ |
ค่าเบี้ยประกัน | ถูกที่สุด (หลักพันต้นๆ) | ประหยัด (แพงกว่าชั้น 3 เล็กน้อย) |
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ซ่อมเขา) | ✅ คุ้มครอง | ✅ คุ้มครอง |
ซ่อมรถเรา (กรณีรถชนรถ) | ❌ ไม่คุ้มครอง | ✅ คุ้มครอง (ตามทุนประกัน) |
ซ่อมรถเรา (ไม่มีคู่กรณี/ชนสิ่งของ) | ❌ ไม่คุ้มครอง | ❌ ไม่คุ้มครอง |
กรณีรถหาย / ไฟไหม้ | ❌ ไม่คุ้มครอง | ⚠️ บางแผนคุ้มครอง (เช็กกรมธรรม์) |
จากตารางจะเห็นได้ว่า ส่วนต่างของเบี้ยประกันระหว่างชั้น 3 และ 3+ มักจะต่างกันเพียงหลักพันบาท (ประมาณ 1,000 – 3,000 บาท แล้วแต่บริษัท) แต่สิ่งที่ได้รับเพิ่มมาคือความอุ่นใจในการซ่อมรถตัวเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุใหญ่บนท้องถนน
ความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ทั้งคู่ "มีเหมือนกัน" (เอกสารแนบท้าย)
ไม่ว่าคุณจะเลือกประกันรถยนต์ชั้น 3 หรือเลือกอัปเกรดเป็น 3+ สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองประเภทมักจะมีให้เหมือนกันคือ “ความคุ้มครองแนบท้าย” ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์สำคัญที่เกี่ยวกับสวัสดิภาพของคน ไม่ใช่ตัวรถ
อุบัติเหตุส่วนบุคคล (P.A.)
เป็นวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร สำหรับ “ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร” ที่อยู่ในรถคันเอาประกันภัย โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามจำนวนที่ระบุไว้ต่อที่นั่ง ถือเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
การประกันตัวผู้ขับขี่
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเป็นเหตุให้บุคคลภายนอกบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ผู้ขับขี่จะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวเพื่อออกมาต่อสู้คดี ความคุ้มครองส่วนนี้บริษัทประกันจะนำหลักทรัพย์ไปวางศาลแทนผู้ขับขี่ ทำให้ไม่ต้องลำบากหาเงินก้อนโตในยามคับขัน
ใครเหมาะกับประกันชั้น 3 และ 3+
การเลือกประกันภัยที่ดีที่สุด ไม่ใช่ประกันที่แพงที่สุด แต่คือประกันที่ “เหมาะ” กับการใช้งานและสภาพรถของเรามากที่สุด การเข้าใจว่าประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง จะช่วยให้เราจัดกลุ่มตัวเองได้ถูกต้อง
ใครควรทำประกันชั้น 3 ธรรมดา
ประกันชั้น 3 เหมาะที่สุดสำหรับรถที่มี อายุการใช้งานมาก (เกิน 10-15 ปีขึ้นไป) ซึ่งมูลค่ารถอาจจะไม่สูงมากนัก หรือเป็นรถที่เจ้าของ ขับน้อยมาก จอดทิ้งไว้ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ นานๆ จะขับออกไปซื้อของใกล้บ้านสักครั้ง แต่อยากมีประกันติดไว้เพื่อกันความเสี่ยงกรณีไปเฉี่ยวชนรถหรูของคนอื่น ซึ่งเบี้ยประกันราคาหลักพันต้นๆ ถือว่าคุ้มค่ามากกับการป้องกันความเสี่ยงระดับหลักแสนหรือหลักล้าน
ใครควรขยับมาทำประกันชั้น 3+
ประกันชั้น 3+ เหมาะสำหรับคนที่ยังใช้รถในชีวิตประจำวัน ขับรถไปทำงานหรือธุระบ่อยๆ รถอาจจะมีอายุ 5-10 ปีขึ้นไปที่สภาพยังดีอยู่ และไม่อยากแบกรับภาระค่าซ่อมเองหากเกิดอุบัติเหตุรถชนรถบนท้องถนน เหมาะกับคนที่มี งบประมาณจำกัด ไม่อยากจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ที่สูงเกือบหมื่นหรือหมื่นกว่าบาท แต่ต้องการความอุ่นใจว่าถ้าชนกันตูมใหญ่ ยังมีคนช่วยจ่ายค่าซ่อมรถเรา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์ชั้น 3 และ 3+
ประกันชั้น 3+ ซ่อมรถเราไหม?
ซ่อมรถเราให้ เฉพาะกรณีรถชนรถ (ที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก) เท่านั้น เช่น ชนเก๋ง ชนกระบะ หรือชนมอเตอร์ไซค์ และต้องสามารถแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้ หากเป็นการขับรถถอยชนเสาไฟฟ้า ขูดฟุตบาท หรือชนสุนัขตัดหน้า ประกันชั้น 3+ จะไม่ซ่อมรถเรา ผู้เอาประกันต้องจ่ายค่าซ่อมเอง
ประกันชั้น 3 คุ้มครองรถหายไหม?
โดยปกติแล้ว ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง นั้นจะไม่รวมถึงกรณีรถหายและไฟไหม้ จะเน้นคุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเท่านั้น หากกังวลเรื่องรถหาย แนะนำให้ขยับไปทำประกันชั้น 2+ หรือ 1 จะครอบคลุมกว่า
ประกันชั้น 3+ เคลมแห้งได้ไหม?
ไม่ได้ ประกันชั้น 3+ ไม่รับแจ้งเหตุแบบไม่มีคู่กรณี หรือที่เรียกว่า “เคลมแห้ง” (Dry Claim) เช่น รอยขีดข่วนที่ไม่ทราบสาเหตุ หินดีดใส่กระจก หรือขับตกหลุมเอง การเคลมแห้งเป็นสิทธิพิเศษที่มีเฉพาะในประกันชั้น 1 เท่านั้น
รถเก่าแค่ไหนทำประกันชั้น 3 ได้?
ประกันชั้น 3 เป็นประกันที่เปิดกว้างเรื่องอายุรถมากที่สุด มัก ไม่จำกัดอายุรถ แม้รถจะเก่า 20-30 ปีก็สามารถทำได้ เพราะบริษัทประกันไม่ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมตัวรถของผู้เอาประกัน แต่เน้นรับผิดชอบความเสียหายที่รถคันนั้นอาจไปก่อให้เกิดกับผู้อื่น
ประกันชั้น 3 กับ พ.ร.บ. ต่างกันอย่างไร?
พ.ร.บ. (ประกันภาคบังคับ) คุ้มครองเฉพาะ “คน” (ค่ารักษาพยาบาลพื้นฐานและค่าปลงศพ) ไม่คุ้มครองทรัพย์สินใดๆ แต่ประกันชั้น 3 (ภาคสมัครใจ) จะเข้ามาคุ้มครอง “ทรัพย์สิน” ของคู่กรณีด้วย (ซ่อมรถเขา) ซึ่งเป็นส่วนที่ พ.ร.บ. จ่ายให้ไม่ได้ และยังให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลที่สูงกว่า พ.ร.บ. มาก
สรุปบทความ
โดยสรุปแล้ว การทำความเข้าใจว่าประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง และแตกต่างจากชั้น 3+ อย่างไร คือจุดเริ่มต้นของการบริหารเงินอย่างชาญฉลาด หากคุณมีรถเก่า ขับน้อย และรับความเสี่ยงเรื่องค่าซ่อมรถตัวเองได้ ประกันชั้น 3 คือทางเลือกที่ประหยัดที่สุด แต่หากคุณยังใช้รถบ่อยและต้องการคนช่วยซ่อมรถเมื่อเกิดเหตุชน การเพิ่มเงินอีกนิดเพื่อทำประกันชั้น 3+ คือการลงทุนที่คุ้มค่าและปลอดภัยกว่ามาก
ท้ายที่สุดนี้ หากคุณกำลังมองหาความมั่นคงทางการเงินและการดูแลทรัพย์สินแบบครบวงจร บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ไม่ได้มีแค่บริการสินเชื่อโฉนดที่ดินที่ให้วงเงินสูง อนุมัติไว และมีความยืดหยุ่นสูง (ให้วงเงินสูงสุดถึง 130% ของราคาประเมิน และไม่ต้องจดจำนองที่กรมที่ดิน) เท่านั้น แต่เรายังให้บริการประกันรถยนต์ออนไลน์ ทั้งชั้น 1, ชั้น 2+, และ 3+ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ คัดสรรมาแล้วว่าคุ้มค่า ให้คุณเลือกความคุ้มครองได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมทีมงานมืออาชีพดูแลตลอดกระบวนการ หากคุณกำลังมองหาทั้งสินเชื่อและประกันที่ไว้ใจได้ เพื่อนแท้ คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในยุคนี้






