การแบ่งแยก โฉนดที่ดิน เป็นขั้นตอนที่เจ้าของที่ดินจำนวนมากต้องทำเมื่อต้องการแบ่งที่ดินให้ลูกหลาน แบ่งเพื่อขายบางส่วน หรือแบ่งเพื่อเตรียมพัฒนาที่ดินในอนาคต ขั้นตอนนี้มีรายละเอียดทางกฎหมาย เอกสารที่ต้องใช้ และค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ควรรู้ล่วงหน้า เพื่อวางแผนให้ถูกต้อง ไม่เสียเวลา และป้องกันปัญหาตามมาในภายหลัง
นอกจากนี้ใครที่แบ่งแยกที่ดินเพื่อนำไปทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การใช้เป็นหลักทรัพย์กู้เงินกับสถาบันการเงินหรือบริษัทสินเชื่อ ก็ยิ่งต้องทำความเข้าใจให้รอบด้าน โดยในบทความนี้จะมีการอธิบายข้อมูลขั้นตอน ค่าใช้จ่าย เงื่อนไข รวมถึงข้อควรรู้ต่าง ๆ แบบละเอียด พร้อมตัวอย่างสถานการณ์จริง รวมถึงแทรกข้อมูลบริการของ บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ที่ให้บริการเกี่ยวกับสินเชื่อโฉนดที่ดิน วงเงินสูงสุด 130% ของราคาประเมิน สำหรับผู้ที่ต้องการนำที่ดินหลังแบ่งแยกไปใช้เป็นวงเงินหมุนเวียนอย่างเร่งด่วน
เหตุผลที่ต้องแบ่งแยกโฉนดที่ดินและข้อกำหนดสำคัญที่ควรรู้
การแบ่งแยก โฉนดที่ดิน มักเกิดขึ้นจากหลายเหตุผล
- ต้องการแบ่งให้ทายาทแต่ละคน
- ต้องการแบ่งเพื่อขายบางส่วน
- แบ่งเพื่อพัฒนาที่ดิน เช่น ทำโครงการจัดสรร
- แบ่งเพื่อให้สามารถนำไปจำนองหรือกู้เงินแยกแปลงได้
- ปรับรูปแปลงที่ดินให้เหมาะสมต่อการใช้งานมากขึ้น
เงื่อนไขสำคัญตามกฎหมาย
ก่อนจะดำเนินการแบ่งโฉนด ต้องรู้ข้อกำหนดหลัก ๆ ได้แก่
- ที่ดินต้องไม่มีคดีความหรือข้อพิพาท
- ต้องไม่ติดภาระจำนองหรือภาระผูกพันอื่น ๆ (ยกเว้นต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับจำนอง เช่น ธนาคาร)
- ต้องมีทางเข้า–ออกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- รูปแปลงใหม่ต้องไม่ผิดหลักผังเมืองหรือข้อกำหนดเขตพื้นที่
หลายกรณีที่พบผู้ถือครองที่ดินไม่สามารถแบ่งแยกได้ เพราะไม่มีทางเข้าออกแบบถูกต้องหรือมีทางที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงทำให้ต้องใช้เวลาในการแก้ไขก่อนดำเนินการแบ่งแยกจริง
ขั้นตอนการแบ่งแยกโฉนดที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
1. ตรวจสอบข้อมูลที่ดินและเตรียมเอกสาร
ก่อนเริ่มต้นต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่
- โฉนดที่ดินตัวจริง
- บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
- หนังสือยินยอมจากผู้ครอบครองที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
- แผนผังที่ดินเบื้องต้น
- หนังสือปลดจำนองหรือหนังสือยินยอมจากธนาคาร (ถ้าที่ดินยังติดจำนอง)
ในหลายกรณี ผู้ที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดิน เช่น ค่าแบ่งแยก ค่าปรับปรุงที่ดิน หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาจเลือกใช้บริการจากบริษัทเอกชน เช่น เพื่อนแท้ เงินด่วน ซึ่งปล่อยวงเงินสูงถึง 130% ของราคาประเมิน โดยไม่ต้องเสียเวลาจดจำนองที่กรมที่ดิน ทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
2. เลือกนักรังวัดเอกชนหรือรังวัดจากกรมที่ดิน
ผู้เป็นเจ้าของสามารถเลือกได้สองทาง
- รังวัดเอกชน (ใช้เวลาเร็วกว่า)
- รังวัดของกรมที่ดิน (ค่าใช้จ่ายถูกกว่า แต่ต้องรอคิวยาว)
นักรังวัดจะมาตรวจสอบพื้นที่จริงเพื่อแบ่งแปลงใหม่ โดยวัดขนาดและทำผังแผนที่ดินเสนอกรมที่ดิน
3. ดำเนินการยื่นคำขอแบ่งโฉนด
เมื่อได้ผลรังวัดแล้ว เจ้าของที่ดินต้องไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อยื่นคำขอ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารทั้งหมด และแจ้งกำหนดวันนัดดำเนินการ
4. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่
บางกรณีกรมที่ดินจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของแนวเขต เพื่อยืนยันว่าไม่มีการรุกล้ำใคร
5. ชำระค่าธรรมเนียมและออกโฉนดใหม่
เมื่อทุกอย่างถูกต้อง จะเข้าสู่ขั้นตอนออกโฉนดใหม่แยกตามจำนวนแปลงที่ต้องการ โดยโฉนดใหม่จะมีเลขโฉนดใหม่และรายละเอียดที่ดินใหม่ตามผังรังวัด
ค่าใช้จ่ายในการแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ค่าใช้จ่ายในการแบ่งโฉนดที่ดินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดที่ดิน จำนวนแปลงที่ต้องการแบ่ง ระยะเวลา ขั้นตอนที่ต้องรังวัด และว่าจ้างเอกชนหรือไม่ โดยค่าใช้จ่ายที่พบโดยทั่วไป ได้แก่
- ค่ารังวัดแบ่งแยก
ปกติจะคิดตามเนื้อที่และจำนวนแปลง เช่น
- แปลงแรก: ประมาณ 3,000 – 6,000 บาท
- แปลงถัดไป: ประมาณ 1,500 – 3,000 บาท
ราคาของรังวัดเอกชนอาจสูงขึ้นแต่ใช้เวลาเร็วกว่า
- แปลงถัดไป: ประมาณ 1,500 – 3,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมสำนักงานที่ดิน กรมที่ดินคิดค่าธรรมเนียมร้อยละ 50 สตางค์ต่อหนึ่งร้อยบาท
ตัวอย่าง: ราคาประเมินรวม 1,000,000 บาท → ค่าธรรมเนียม 5,000 บาท
- ค่าออกโฉนดใหม่ ฉบับละประมาณ 20 บาท (ราคากรมที่ดิน)
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าดำเนินการอื่น ๆ รวมถึงค่าทำหนังสือยินยอม ค่าจัดการเอกสาร
- ค่าใช้จ่ายในกรณีที่ดินติดจำนอง หากต้องการแบ่ง ต้องขออนุญาตธนาคารก่อน ซึ่งบางธนาคารมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น
- 1,000 – 3,000 บาท ต่อคำขอ
- บางธนาคารต้องประเมินราคาที่ดินใหม่
ในหลายกรณีเจ้าของที่ดินต้องการนำโฉนดหลังแบ่งแยกไปใช้เป็นหลักทรัพย์กู้เงินต่อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยหรือเจ้าของกิจการที่ต้องใช้เงินหมุนฉุกเฉิน บริการของ บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด สามารถตอบโจทย์ได้ดี เพราะอนุมัติวงเงินได้สูงสุดถึง 130% ของราคาประเมิน และยังไม่ต้องเสียเวลาไปจดจำนองที่กรมที่ดิน ลดขั้นตอนยุ่งยาก ช่วยให้การใช้โฉนดหลังแบ่งแยกเป็นเงินทุนทำได้สะดวกรวดเร็ว
เอกสารที่ต้องใช้ในการแบ่งแยกโฉนดที่ดิน
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ดังนี้
เอกสารสำหรับเจ้าของที่ดิน
- โฉนดที่ดินตัวจริง
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
- หนังสือรับรองสิทธิครอบครอง (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่ไปดำเนินการเอง)
เอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ดินติดภาระ
- หนังสือยินยอมจากผู้รับจำนอง เช่น ธนาคาร
- หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัท)
- หนังสือปลดภาระบางส่วน (กรณีที่ธนาคารให้แบ่งได้เฉพาะบางส่วน)
เอกสารประกอบการยื่นขอรังวัด
- แผนผังที่ดินหรือร่างแผนที่แบ่งแปลง
- หนังสือยินยอมจากเพื่อนบ้านในกรณีมีเขตร่วมกัน
- ข้อมูลการเข้าถึงทางสาธารณะ
ในช่วงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าเอกสารต่อหลังแบ่งแยกหากต้องการนำไปกู้เงิน ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ในกรณีของบริษัทเอกชนที่ปล่อยสินเชื่อ เช่น เพื่อนแท้ เงินด่วน จะใช้เอกสารเพียง
- โฉนดที่ดินตัวจริง
- บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน
- บัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน
ทำให้คนที่ต้องการเงินด่วนหลังแบ่งที่ดินสามารถดำเนินการได้เร็ว ไม่ยุ่งยาก
ข้อควรระวังและคำแนะนำสำคัญก่อนแบ่งแยกโฉนดที่ดิน
การแบ่งแยกโฉนดที่ดินมีรายละเอียดที่หลายคนอาจมองข้าม ซึ่งอาจทำให้เสียเงินและเวลาโดยไม่จำเป็น
- ตรวจสอบทางเข้า–ออกให้ถูกต้อง ที่ดินที่ไม่มีทางเข้าออกตามกฎหมายไม่สามารถแบ่งได้ ต้องแก้ไขก่อน เช่น ขออนุญาตใช้ทางร่วม
- ตรวจสอบเขตผังเมือง บางพื้นที่เป็นเขตสีเฉพาะ เช่น เขตสีเขียว เขตเกษตรกรรม ต้องดูข้อจำกัดการพัฒนา
- ประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าที่คิดหากเป็นแปลงใหญ่หรือมีหลายแปลงย่อย
- เตรียมเวลาเผื่อการรังวัด หากใช้บริการกรมที่ดินอาจต้องรอคิวนานหลายเดือน
- เตรียมการด้านการเงินล่วงหน้า บางรายต้องแบ่งโฉนดเพื่อขาย แต่ต้องมีเงินสำรองสำหรับค่ารังวัดก่อน ในกรณีนี้การใช้สินเชื่อระยะสั้น เช่น สินเชื่อโฉนดที่ดินกับเพื่อนแท้ เงินด่วน จะช่วยให้คุณมีเงินพร้อมดำเนินการทันที
สรุปบทความ
การแบ่งแยก โฉนดที่ดิน เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งมรดก แบ่งเพื่อขาย หรือเตรียมที่ดินเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน กระบวนการต้องมีการรังวัด ตรวจสอบเอกสาร และปฏิบัติตามกฎหมายผังเมือง ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนแปลงที่ต้องการแบ่ง หากต้องการเงินทุนเพื่อดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ หรือใช้โฉนดที่ดินหลังแบ่งเพื่อกู้เงิน สามารถพิจารณาใช้บริการจาก เพื่อนแท้ เงินด่วน ซึ่งให้วงเงินสูงถึง 130% ของราคาประเมินและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินหมุนฉุกเฉินอย่างมั่นใจ


