ปัญหาค่าปรับจราจรและใบสั่งที่ส่งตรงถึงบ้าน มักเกิดจากความ “ไม่รู้” หรือ “สับสน” เกี่ยวกับกฎหมายจราจร โดยเฉพาะความหมายที่แท้จริงของป้ายห้ามจอดรถ และเครื่องหมายห้ามจอดรถ ที่ผู้ขับขี่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน บทความนี้จะสรุปกฎหมายจราจรฉบับอัปเดต ครอบคลุมทั้งเรื่องสีขอบฟุตบาทและกฎ ป้ายวันคู่วันคี่ เพื่อให้การขับขี่ของคุณมั่นใจยิ่งขึ้น วันนี้ “เพื่อนแท้เงินด่วน” จะพาไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์เหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการเสียเงินค่าปรับโดยใช่เหตุ และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
ทำความรู้จัก ป้ายห้ามจอดรถ และ ป้ายห้ามหยุดรถ ต่างกันอย่างไร
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ ความเข้าใจผิดระหว่างป้ายห้ามจอดรถ กับป้ายห้ามหยุดรถ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจนำไปสู่การทำผิดกฎจราจรโดยไม่รู้ตัว แม้สัญลักษณ์จะดูคล้ายกัน แต่ข้อบังคับทางกฎหมายและการตีความเครื่องหมายห้ามจอดรถทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นได้
ป้ายห้ามจอดรถ (No Parking)
ลักษณะเด่นของป้ายห้ามจอดรถคือป้ายวงกลมพื้นขาว ขอบแดง มีขีดแดงพาดเฉียงซ้ายลงขวา 1 เส้น ความหมายทางกฎหมายคือห้ามจอดรถทิ้งไว้ แต่สามารถ “หยุด” เพื่อรับ-ส่งคนหรือขนถ่ายสิ่งของชั่วคราวได้ เมื่อเสร็จธุระแล้วต้องเคลื่อนรถทันที ห้ามดับเครื่องยนต์และทิ้งรถไว้บริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามจอดรถประเภทนี้
ป้ายห้ามหยุดรถ (No Stopping)
ลักษณะเป็นวงกลมพื้นขาว ขอบแดง มีกากบาท (X) สีแดงพาดทับ ความหมายเข้มงวดกว่าป้ายห้ามจอดรถมาก คือห้ามหยุดและห้ามจอดเด็ดขาดในบริเวณนั้น แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้ ถือเป็นจุดที่ต้องการความคล่องตัวของการจราจรสูงสุด หากฝ่าฝืนจะมีโทษหนักกว่าการฝ่าฝืน ป้ายห้ามจอดรถ ทั่วไป
สีกฎจราจรบนขอบฟุตบาทที่ต้องรู้
นอกจากป้ายจราจรแบบเสาแล้ว สีขอบฟุตบาทก็นับเป็นเครื่องหมายห้ามจอดรถที่สำคัญมาก การสังเกตแถบสีเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบทันทีว่าพื้นที่ใดสามารถจอดได้หรือไม่ได้ โดยไม่ต้องมองหาป้ายห้ามจอดรถที่อาจติดตั้งอยู่ห่างออกไป ซึ่งสีหลักๆ ที่ต้องจำให้แม่นมีดังนี้
ขาว-แดง (ห้ามหยุดรถ)
แถบสีขาวสลับแดงมีความหมายเดียวกับป้ายห้ามหยุดรถ คือห้ามหยุดและห้ามจอดทุกกรณี ถือเป็นเครื่องหมายห้ามจอดรถที่มีข้อบังคับเข้มงวดที่สุด มักพบบริเวณทางโค้ง ทางแยก หรือจุดที่กีดขวางการจราจร หากฝ่าฝืนจอดบริเวณนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกล็อกล้อทันทีเพราะกีดขวางการจราจรอย่างรุนแรง
เหลือง-ขาว (ห้ามจอดรถ)
แถบสีเหลืองสลับขาว เทียบเท่ากับป้ายห้ามจอดรถคือห้ามจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน แต่กฎหมายอนุโลมให้หยุดรถเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารหรือสิ่งของได้ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วต้องรีบเคลื่อนรถออกไป ดังนั้นหากเห็นขอบทางสีนี้ ให้เข้าใจทันทีว่าเป็นพื้นที่ของเครื่องหมายห้ามจอดรถที่ห้ามจอดแช่
ดำ-ขาว
แถบสีดำสลับขาว แสดงว่าพื้นที่นั้นสามารถจอดรถได้ แต่ต้องจอดชิดขอบทางและไม่กีดขวางการจราจร อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ต้องสังเกตเพิ่มเติมว่ามี ป้ายวันคู่วันคี่ หรือข้อกำหนดเวลาอื่นๆ กำกับอยู่ในบริเวณนั้นด้วยหรือไม่ เพราะในบางพื้นที่แม้ขอบทางขาว-ดำ แต่หากมี ป้ายห้ามจอดรถ กำหนดเวลา ก็ต้องปฏิบัติตามป้ายเป็นหลัก
ไขข้อข้องใจ ป้ายวันคู่วันคี่ ดูอย่างไรไม่ให้โดนล็อกล้อ
ปัญหาโลกแตกของผู้ขับขี่ในเมืองคือการตีความป้ายวันคู่วันคี่ ซึ่งมักทำให้หลายคนโดนล็อกล้อเพราะจอดผิดฝั่ง การเข้าใจหลักการนับวันและดูเครื่องหมายห้ามจอดรถประเภทนี้ให้ถูกต้อง เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงใบสั่งและความยุ่งยากในการไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ
วิธีนับวันคู่และวันคี่
หลักการดูป้ายวันคู่วันคี่ให้นับตาม “วันที่” ในปฏิทิน ไม่ใช่วันจันทร์หรือวันอังคาร โดย “วันคี่” คือวันที่ 1, 3, 5, 7, 9… ส่วน “วันคู่” คือวันที่ 2, 4, 6, 8… หากเจอป้ายห้ามจอดวันคี่ แปลว่าห้ามจอดในวันที่เป็นเลขคี่ และต้องระวังเรื่องการเปลี่ยนวันหลังเที่ยงคืนสำหรับผู้ที่จอดรถข้ามคืนในบริเวณที่มีป้ายวันคู่วันคี่ด้วย
ช่วงเวลาบังคับใช้
โดยปกติป้ายวันคู่วันคี่จะมีข้อความระบุเวลาบังคับใช้ ส่วนใหญ่มักเป็นช่วงเวลาการจราจรคับคั่ง เช่น 06.00 – 18.00 น. หรือตามที่ป้ายห้ามจอดรถระบุ หากพ้นช่วงเวลาดังกล่าวอาจจอดได้ แต่ต้องไม่กีดขวาง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบข้อความบนเครื่องหมายห้ามจอดรถให้ละเอียดทุกครั้งก่อนดับเครื่องยนต์
การดูฝั่งถนน
เทคนิคสำคัญคือต้องดูป้ายวันคู่วันคี่ที่ติดตั้งอยู่บนฝั่งถนนที่เราต้องการจอด หากฝั่งซ้ายมีป้ายห้ามจอดวันคี่ แสดงว่าวันที่เป็นเลขคี่ต้องไปจอดฝั่งขวา (ซึ่งมักจะมีป้ายห้ามจอดวันคู่ตั้งอยู่) การสังเกต เครื่องหมายห้ามจอดรถ ให้ถูกฝั่งจะช่วยให้รอดพ้นจากการถูกล็อกล้อ ซึ่งเป็นมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดสำหรับป้ายห้ามจอดรถประเภทนี้
พื้นที่ ห้ามจอดตามกฎหมาย แม้ไม่มีป้ายบอก
แม้บริเวณนั้นจะไม่มี ป้ายห้ามจอดรถ หรือ เครื่องหมายห้ามจอดรถ ปรากฏให้เห็น แต่ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ได้กำหนดพื้นที่ห้ามจอดโดยอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย และถือเป็นความรู้พื้นฐานที่ผู้ขับขี่และผู้ถือกรมธรรม์ประกันรถยนต์ต้องทราบ ดังนี้
- บนทางเท้าหรือฟุตบาท
- บนสะพานหรือในอุโมงค์
- ทางร่วมทางแยก และในระยะ 10 เมตรจากทางร่วมทางแยก
- เขตปลอดภัยหรือเกาะกลางถนน
- ในระยะ 3 เมตร จากตู้ไปรษณีย์
- ป้ายรถเมล์ (ระยะ 15 เมตรก่อนถึง และ 3 เมตรเลยป้าย)
- หน้าท่อดับเพลิง (ระยะ 3 เมตร)
- ปากทางเข้า-ออกอาคารหรือซอย
อัตราค่าปรับจราจร เมื่อฝ่าฝืน ป้ายห้ามจอดรถ
การฝ่าฝืนป้ายห้ามจอดรถ หรือจอดในพื้นที่ที่มีเครื่องหมายห้ามจอดรถ มีโทษตามกฎหมายจราจรฉบับปรับปรุง อัตราค่าปรับทั่วไปจะไม่เกิน 500 บาท แต่กฎหมายใหม่อาจระบุโทษสูงสุดไว้ไม่เกิน 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าพนักงานและลักษณะความผิด เช่น การจอดกีดขวางการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน นอกจากเสียค่าปรับแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเครื่องมือบังคับล้อ (ล็อกล้อ) หรือถูกยกรถไปเก็บรักษาที่สถานีตำรวจ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายและดูแลรักษารถเพิ่มเข้ามาอีกด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับป้ายห้ามจอดรถ
ขอบฟุตบาทสีขาว-เหลือง จอดได้ไหม
จอดทิ้งไว้ไม่ได้ พื้นที่ขอบทางขาว-เหลืองถือเป็นเครื่องหมายห้ามจอดรถประเภทหนึ่ง ห้ามจอดรถทิ้งไว้ แต่สามารถ “หยุด” รถชั่วคราวเพื่อรับ-ส่งคนหรือสิ่งของได้ แล้วต้องเคลื่อนรถออกทันที หากฝ่าฝืนก็มีโทษเทียบเท่าการฝ่าฝืน ป้ายห้ามจอดรถ
จอดรถวันคู่วันคี่ นับอย่างไร
การนับตามป้ายวันคู่วันคี่ให้นับตาม “วันที่” ในปฏิทิน เช่น วันที่ 1, 3, 5 คือวันคี่ และวันที่ 2, 4, 6 คือวันคู่ โดยต้องจอดให้ถูกฝั่งถนนที่มีป้ายห้ามจอดรถกำกับไว้ให้ถูกต้องตามวันที่ และควรตรวจสอบเวลาที่ระบุบนป้ายด้วย
ค่าปรับจอดรถในที่ห้ามจอด ราคาเท่าไหร่
การฝ่าฝืนป้ายห้ามจอดรถตามกฎหมายจราจรทางบก มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท แต่ในบางพื้นที่ที่มีการกวดขันวินัยจราจรเข้มงวด อาจมีโทษปรับสูงสุดตามกฎหมายใหม่ที่ปรับปรุง ซึ่งอาจสูงถึง 2,000 บาท ดังนั้นการปฏิบัติตาม เครื่องหมายห้ามจอดรถ จึงคุ้มค่าที่สุด
ป้ายห้ามจอดรถ มีผลกี่โมง
หากป้ายห้ามจอดรถไม่มีการระบุเวลา ให้ถือว่าห้ามจอด “ตลอดเวลา” แต่หากเป็น ป้ายวันคู่วันคี่ ส่วนใหญ่มักบังคับใช้ช่วง 06.00-18.00 น. หรือตามช่วงเวลาที่เครื่องหมายห้ามจอดรถนั้นระบุไว้ชัดเจน ผู้ขับขี่ควรอ่านรายละเอียดบนป้ายก่อนจอดเสมอ
สรุปบทความ
การเคารพกฎจราจรและหมั่นสังเกตป้ายห้ามจอดรถ รวมถึงเครื่องหมายห้ามจอดรถประเภทต่างๆ อย่างเคร่งครัด ไม่เพียงช่วยลดปัญหาการจราจร แต่ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าจากการเสียค่าปรับอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัท เพื่อนแท้ เงินด่วน จำกัด ไม่ได้มีแค่สินเชื่อโฉนดที่ดินที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 130% ของราคาประเมิน และไม่ต้องจดจำนองที่กรมที่ดินเท่านั้น แต่ยังให้บริการ ประกันรถยนต์ออนไลน์ ชั้น 1, ชั้น 2+, 3+ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ให้คุณเลือกความคุ้มครองได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมทีมงานดูแลตลอดกระบวนการ หากคุณกำลังมองหาทั้งสินเชื่อและประกันที่ไว้ใจได้ เพื่อนแท้ คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในยุคนี้







