เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคมคืออะไร มีเงื่อนไขสำคัญอย่างไรบ้าง

เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคม

การวางแผนการเงินสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน ปัญหาที่พบบ่อยคือหลายคนส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือนแต่กลับมองข้ามสิทธิประโยชน์ใกล้ตัวไป เงินสงเคราะห์บุตร คือสวัสดิการที่เปรียบเสมือนตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับคืนทุกเดือน ล่าสุดในปี 2568 มีการปรับเพิ่มวงเงินเป็น 1,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ช่วยให้ครอบครัวมีความมั่นคงทางการเงินมากยิ่งขึ้น และเป็นการรักษาสิทธิที่พึงได้ของผู้ประกันตน

เงินสงเคราะห์บุตรคืออะไร

เงินสงเคราะห์บุตร คือ เงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตรที่จ่ายให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 จาก “กองทุนประกันสังคม” เท่านั้น ซึ่งต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าเป็นคนละส่วนกับ “เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด” ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่มุ่งเน้นช่วยเหลือครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผู้มีสิทธิจึงควรแยกแยะความแตกต่างนี้เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์จากประกันสังคมที่พ่อแม่ควรรู้

สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมไม่ได้มีเพียงค่ารักษาพยาบาลหรือเงินชดเชยการว่างงาน แต่ยังครอบคลุมถึงเงินสงเคราะห์บุตร ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้ประกันตนควรได้รับเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน การทำความเข้าใจและรักษาสิทธินี้จะช่วยให้พ่อแม่สามารถวางแผนการเงินครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ประโยชน์จากเงินสมทบที่ถูกหักไปทุกเดือนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ความแตกต่างระหว่างเงินสงเคราะห์บุตร vs เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

จุดแตกต่างสำคัญคือแหล่งที่มาและเกณฑ์รายได้ โดยเงินสงเคราะห์บุตรจ่ายโดยสำนักงานประกันสังคม ให้สิทธิผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 โดย “ไม่จำกัดฐานรายได้ของครอบครัว” ในขณะที่เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด จ่ายโดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (พม.) ซึ่งมีเกณฑ์จำกัดรายได้เฉลี่ยของครอบครัวต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ของทั้งสองหน่วยงาน ก็สามารถยื่นเรื่องรับเงินได้ทั้งสองทาง (Double Benefits)

เงื่อนไขการรับเงินสงเคราะห์บุตรใครได้สิทธิบ้าง

การขอรับเงินสงเคราะห์บุตรนั้น ไม่ใช่ผู้ประกันตนทุกคนจะได้รับสิทธิทันที แต่ต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้อย่างครบถ้วน ทั้งสถานะผู้ประกันตน การส่งเงินสมทบ และเงื่อนไขเกี่ยวกับบุตร ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39

ผู้ที่มีสิทธิยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์บุตร ต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 (ลูกจ้างในสถานประกอบการ) หรือมาตรา 39 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ) เท่านั้น สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 (แรงงานนอกระบบ) จะไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนของกรณีสงเคราะห์บุตรตามกฎหมายประกันสังคมฉบับปัจจุบัน

เงื่อนไขการส่งเงินสมทบประกันสังคม (12/36 งวด)

เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือ ผู้ประกันตนต้องมีการนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน สิทธิเงินสงเคราะห์บุตรจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

เงื่อนไขเกี่ยวกับตัวบุตร

บุตรที่นำมาใช้สิทธิเบิกได้ ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย (ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้บุคคลอื่น) โดยมีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ สามารถใช้สิทธิเบิกเงินสงเคราะห์บุตร ได้คราวละไม่เกิน 3 คน หากมีบุตรมากกว่าจำนวนที่กำหนด จะไม่ได้รับเงินส่วนเพิ่มสำหรับบุตรคนที่ 4 เป็นต้นไป

เงินสงเคราะห์บุตรได้กี่บาท

เงินสงเคราะห์บุตรได้กี่บาท

ถือเป็นข่าวดีสำหรับพ่อแม่ผู้ประกันตน เพราะในปี 2568 เป็นต้นไป สำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับปรุงอัตราการจ่ายสิทธิประโยชน์เงินสงเคราะห์บุตรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น

ปรับเพิ่มวงเงินเป็น 1,000 บาท ต่อเดือน

จากเดิมที่ผู้ประกันตนเคยได้รับเงินช่วยเหลืออยู่ที่ 800 บาท ปัจจุบันมีการปรับเพิ่มวงเงินเป็น 1,000 บาทต่อเดือนต่อบุตรหนึ่งคน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว การปรับเพิ่มนี้ช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น เพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นค่าผ้าอ้อม ค่านม หรือค่าอุปกรณ์เสริมพัฒนาการต่างๆ

วิธีลงทะเบียนรับเงินสงเคราะห์บุตร ผ่านระบบ e-Self Service

ในยุคดิจิทัล การยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์บุตรสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ e-Self Service ของสำนักงานประกันสังคม โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่สำนักงานสาขา ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากและสามารถติดตามสถานะการอนุมัติได้ด้วยตนเอง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สูติบัตรของบุตร (ฉบับจริง)
  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกันตน
  • หน้าสมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ที่มีชื่อผู้ประกันตน (กรณีประสงค์รับเงินผ่านธนาคาร) เพื่อใช้อัปโหลดแนบไฟล์ในระบบขอเงินสงเคราะห์บุตร

ขั้นตอนการยื่นเรื่องผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม (SSO)

  • เข้าเว็บไซต์ www.sso.go.th และทำการเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน (หากยังไม่มีรหัสให้ทำการสมัครสมาชิกก่อน)
  • เลือกเมนู “ระบบ e-Self Service” จากนั้นคลิกเลือก “ขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม”
  • เลือกหัวข้อ “เงินสงเคราะห์บุตร
  • กรอกข้อมูลบุตรและรายละเอียดต่างๆ ตามแบบฟอร์ม สปส. 2-01 ในระบบให้ครบถ้วนถูกต้อง
  • อัปโหลดไฟล์เอกสารแนบตามที่ระบุ ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วกดยืนยันการทำรายการ

เช็กสิทธิเงินสงเคราะห์บุตร และปฏิทินเงินเข้า

หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ผู้ประกันตนเฝ้ารอคือวันเงินเข้าบัญชี เพื่อที่จะได้วางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้า การทราบปฏิทินการโอนเงินสงเคราะห์บุตรที่แน่นอนจะช่วยให้พ่อแม่บริหารจัดการกระแสเงินสดในครอบครัวได้อย่างแม่นยำและไม่สะดุด

เงินเข้าวันไหน ตารางโอนเงินสงเคราะห์บุตร

โดยปกติแล้วเงินจะโอนเข้าบัญชีทุกช่วงสิ้นเดือน แต่หากตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดธนาคาร จะมีการเลื่อนจ่ายเป็นวันทำการก่อนหน้า สำหรับรอบปี 2568-2569 มีกำหนดการโอนเงินสงเคราะห์บุตรดังนี้

  • เดือนตุลาคม 2568 : เงินเข้าวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568
  • เดือนพฤศจิกายน 2568 : เงินเข้าวันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568
  • เดือนธันวาคม 2568 : เงินเข้าวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568
  • เดือนมกราคม 2569 : เงินเข้าวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2569
  • เดือนกุมภาพันธ์ 2569 : เงินเข้าวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
  • เดือนมีนาคม 2569 : เงินเข้าวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569
  • เดือนเมษายน 2569 : เงินเข้าวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569
  • เดือนพฤษภาคม 2569 : เงินเข้าวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569
  • เดือนมิถุนายน 2569 : เงินเข้าวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569
  • เดือนกรกฎาคม 2569 : เงินเข้าวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569
  • เดือนสิงหาคม 2569 : เงินเข้าวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569
  • เดือนกันยายน 2569 : เงินเข้าวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569

วิธีตรวจสอบสถานะการอนุมัติผ่าน SSO Connect

ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสถานะการอนุมัติ รวมถึงประวัติการโอนเงินได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Connect หรือ Line Official Account ของสำนักงานประกันสังคม เพียงเข้าสู่ระบบแล้วเลือกเมนู “การเบิกสิทธิประโยชน์” ระบบจะแสดงรายละเอียดสถานะปัจจุบันและยอดเงินเงินสงเคราะห์บุตรที่ได้รับอย่างละเอียด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินสงเคราะห์บุตร

ลาออกจากงานยังได้เงินสงเคราะห์บุตรไหม

หากลาออกจากงาน สิทธิเงินสงเคราะห์บุตรจะยังคุ้มครองต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง หลังจากนั้นสิทธิจะสิ้นสุดลง เว้นแต่ผู้ประกันตนจะสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ให้ต่อเนื่อง

ยื่นขอเงินสงเคราะห์บุตรย้อนหลังได้กี่ปี

กรณีที่ลืมยื่นเรื่องหรือเพิ่งทราบสิทธิ สามารถขอยื่นรับเงินย้อนหลังได้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิ หากเกินกว่าระยะเวลานี้ สิทธิในส่วนที่เกินจะถูกตัดไปโดยปริยาย ดังนั้นจึงควรรีบดำเนินการยื่นเรื่องขอเงินสงเคราะห์บุตรทันทีที่ทราบสิทธิเพื่อประโยชน์สูงสุด

พ่อและแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ใช้สิทธิซ้อนกันได้ไหม

กฎหมายกำหนดให้ไม่สามารถใช้สิทธิซ้อนกันได้ ต้องเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินสงเคราะห์บุตรเท่านั้น โดยส่วนใหญ่แนะนำให้ฝ่ายที่มีฐานเงินเดือนหรือความมั่นคงในการส่งเงินสมทบมากกว่าเป็นผู้ยื่น เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาสิทธิขาดช่วงหากอีกฝ่ายมีการย้ายงานหรือขาดส่งเงินสมทบ

ถ้าบุตรเสียชีวิต สิทธิจะสิ้นสุดเมื่อไหร่

หากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้บุตรเสียชีวิต สิทธิการรับเงินสงเคราะห์บุตรจะสิ้นสุดลงในงวดเดือนที่บุตรเสียชีวิต ผู้ประกันตนมีหน้าที่ต้องแจ้งให้สำนักงานประกันสังคมทราบเพื่อทำการหยุดจ่ายเงินตามระเบียบที่กำหนดไว้

สรุปการได้รับเงินสงเคราะห์บุตร

สรุปบทความ

การได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 1,000 บาท เป็นสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าสำหรับผู้ประกันตน ช่วยเสริมสภาพคล่องในการเลี้ยงดูบุตรได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากครอบครัวมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อหมุนเวียนธุรกิจหรือใช้จ่ายฉุกเฉิน บริการจาก เพื่อนแท้ เงินด่วน ด้วยสินเชื่อโฉนดที่ดิน พร้อมเป็นที่พึ่งให้การขอสินเชื่อใหม่หรือไถ่ถอนจำนองเป็นเรื่องง่าย หมดกังวลเรื่องดอกเบี้ยจำนองที่สูงเกินจริง เพราะที่นี่ให้วงเงินสูงถึง 130% ของราคาประเมิน อนุมัติไว โดยไม่ต้องเสียเวลาไปจดจำนองที่กรมที่ดิน ช่วยให้ชีวิตทางการเงินเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น

เพื่อนแท้ เงินด่วน

บทความยอดนิยม