
สรุปประเด็นสำคัญเรื่องการจำนองที่ดิน
|
การจำนอง เป็นคำที่หลายคนคุ้นเคยเมื่อต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน แต่ในรายละเอียดแล้ว การจำนองที่ดินคืออะไรกันแน่ มีขั้นตอนอย่างไร และมีความเสี่ยงอะไรบ้างที่ต้องระวัง ที่สำคัญคือ มันแตกต่างจาก “การขายฝาก” ที่เรามักได้ยินควบคู่กันอย่างไร วันนี้ เพื่อนแท้เงินด่วน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่ดิน จะมาสรุปทุกแง่มุมที่สำคัญเกี่ยวกับการจำนองที่ดินให้คุณเข้าใจอย่างชัดเจนกัน
การจำนอง (Mortgage) คือ การที่เรานำที่ดินของเราไปจดทะเบียนเป็นหลักประกันไว้กับผู้ให้กู้ เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ โดยที่เราไม่ต้องส่งมอบที่ดินนั้นให้เขาไป










การจำนองที่ดินสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้
จำนองเพื่อการเกษตรมักใช้ในพื้นที่ชนบท ที่ดินที่ถูกจำนองอาจเป็นไร่นาหรือที่ดินสำหรับการเลี้ยงสัตว์ ผู้ที่จำนองที่ดินเพื่อการเกษตรมักต้องการเงินทุนสำหรับการพัฒนาหรือขยายธุรกิจการเกษตร
นี่คือประเด็นที่คนสับสนมากที่สุด และเป็นจุดที่อันตรายที่สุดหากเลือกผิดประเภท ซึ่งความแตกต่าง มีดังนี้
ประเภท | การจำนอง | การขายฝาก |
กรรมสิทธิ์ | ยังเป็นของเจ้าของเดิม | โอนไปเป็นของผู้รับซื้อฝาก |
เงื่อนไขผิดนัดชำระ | ผู้รับจำนองต้องฟ้องศาลก่อน ถึงจะบังคับยึดที่ดินได้ | ผู้รับซื้อฝากยึดที่ดินได้เลย |
การไถ่ถอน | ไถ่ถอนได้เมื่อจ่ายหนี้ครบ | ต้องไถ่ถอนภายในเวลาที่กำหนดในสัญญา |
ความเสี่ยง | ต่ำกว่า (เพราะกฎหมายให้ความคุ้มครองลูกหนี้มากกว่า) | สูงกว่า (เสี่ยงสูญเสียกรรมสิทธิ์ทันทีหากผิดนัดชำระ) |
อัตราดอกเบี้ยในการจำนองที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ขอสินเชื่อต้องพิจารณา เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละเดือนและระยะเวลาการชำระหนี้
อัตราดอกเบี้ยในการจำนองที่ดินมักจะคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ซึ่งหมายความว่าดอกเบี้ยจะคำนวณจากยอดเงินคงเหลือที่ยังไม่ได้ชำระ การชำระเงินแต่ละครั้งจะประกอบด้วยส่วนที่เป็นดอกเบี้ยและส่วนที่เป็นต้นทุน
ผู้ขอสินเชื่อควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลาย ๆ สถาบันการเงิน เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด นอกจากนี้ควรพิจารณาเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น
ในปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในการจำนองที่ดินอยู่ที่ประมาณ 5-15% ต่อปี ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินและเงื่อนไขของสินเชื่อ
ตามกฎหมายทรัพย์สินที่สามารถนำมาจดทะเบียนจำนองได้คือ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสำหรับที่ดิน จะต้องเป็นเอกสารสิทธิ์ประเภทต่อไปนี้
การจำนองที่ดินมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
ก่อนตัดสินใจจำนองที่ดิน สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความน่าเชื่อถือของผู้รับจำนอง” ซึ่งมีจุดที่ต้องพิจารณาหลัก ๆ ดังนี้
สัญญาจำนองที่ถูกต้องซึ่งทำที่กรมที่ดิน จะต้องมีรายละเอียดสำคัญเหล่านี้เป็นอย่างน้อย
การจำนองที่ดินมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอย่างละเอียดและเป็นระบบ เพื่อให้การจำนองเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย
ขั้นตอนแรกคือการประเมินมูลค่าที่ดิน โดยผู้ประเมินที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมูลค่าตลาดที่แท้จริงของที่ดิน ซึ่งจะเป็นฐานในการคำนวณจำนวนเงินที่สามารถจำนองได้
หลังจากทำสัญญาจำนองแล้ว ต้องนำสัญญาไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ การจดทะเบียนนี้เป็นการรับรองสิทธิ์ของผู้ให้สินเชื่อในที่ดินที่ถูกจำนอง
การจำนองที่ดินเป็นกระบวนการที่ต้องมีการจัดเตรียมเอกสารหลายประเภทเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ดังนี้
การขอสินเชื่อโดยการจำนองที่ดินมีข้อกำหนดและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ผู้ขอสินเชื่อต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้การขอสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับการอนุมัติ
การจำนองที่ดินมีคำถามที่พบบ่อยหลายประการที่ผู้ขอสินเชื่อมักสงสัย ดังนี้
การจำนองที่ดินคือการนำที่ดินมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือบุคคลที่สาม เจ้าของที่ดินยังคงมีสิทธิ์ในที่ดิน แต่จะมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้ให้สินเชื่อมีสิทธิ์ที่จะยึดที่ดินและขายเพื่อชำระหนี้
ขั้นตอนการจำนองที่ดินมีหลายขั้นตอน เช่น การเตรียมเอกสาร การประเมินมูลค่าที่ดิน การทำสัญญาจำนอง และการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
จำนวนเงินที่สามารถจำนองได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าที่ดินและเงื่อนไขของสถาบันการเงิน โดยทั่วไปแล้วสถาบันการเงินจะให้สินเชื่อในอัตราส่วนประมาณ 70-80% ของมูลค่าที่ดิน
อัตราดอกเบี้ยในการจำนองที่ดินจะแตกต่างกันไปตามสถาบันการเงินและประเภทของสินเชื่อ โดยส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยจะเป็นแบบลดต้นลดดอก
หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้ให้สินเชื่อมีสิทธิ์ที่จะยึดที่ดินและขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามเงื่อนไขในสัญญาจำนอง
สามารถยึดได้ แต่ผู้รับจำนองไม่สามารถยึดได้ทันทีที่ผิดนัด จะต้องมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามก่อน จากนั้นต้องยื่นฟ้องต่อศาล เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถยึดทรัพย์ผ่านกรมบังคับคดีเพื่อนำไปขายทอดตลาดได้