รถผ่อนอยู่กู้เงินได้ไหม มีวิธีไหนบ้าง รวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนกู้

รถผ่อนอยู่กู้เงินได้ไหม มีวิธีไหนบ้าง

หลายคนมักเกิดคำถามเมื่อต้องการใช้เงินก้อนฉุกเฉินว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม? หรือต้องรอให้ผ่อนหมดก่อนถึงจะนำรถมาแลกเงินได้ ความจริงแล้วแม้รถจะติดไฟแนนซ์ก็ยังมีทางออกทางการเงินเสมอ วันนี้ “เพื่อนแท้เงินด่วน” ผู้ให้บริการสินเชื่อมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะพาไปทำความรู้จักกับวิธีการเปลี่ยนรถที่ยังผ่อนไม่หมดให้กลายเป็นเงินทุนหมุนเวียน พร้อมเจาะลึกทุกขั้นตอนและเงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด

รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม คำตอบที่คนอยากใช้เงินด่วนต้องรู้

คำถามยอดฮิตที่เจ้าของรถหลายคนสงสัยคือ รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม คำตอบคือ “กู้ได้” แต่กระบวนการจะไม่ใช่การเอารถไปจำนำทะเบียนแบบปกติทันที เพราะเล่มทะเบียนรถยังเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารหรือไฟแนนซ์เดิมอยู่ วิธีการนี้ในทางเทคนิคเรียกว่า “การรีไฟแนนซ์ (Refinance)” หรือการขอสินเชื่อก้อนใหม่มาปิดหนี้ก้อนเดิม

หลักการทำงานง่ายๆ คือ สถาบันการเงินแห่งใหม่จะประเมินราคารถยนต์ของคุณ ณ ปัจจุบัน ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ จากนั้นจะนำวงเงินที่อนุมัติไป “ปิดยอดหนี้คงค้าง” ที่คุณมีกับไฟแนนซ์เดิม ส่วนต่างที่เหลือหลังจากหักหนี้เก่าและค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว คือเงินสดที่คุณจะได้รับโอนเข้าบัญชีเพื่อนำไปหมุนเวียนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น ดังนั้น หากถามว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม จึงขึ้นอยู่กับมูลค่ารถและยอดหนี้ที่เหลืออยู่เป็นสำคัญ

2 รูปแบบการกู้เงินสำหรับรถที่ยังผ่อนอยู่

เมื่อทราบแล้วว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม สิ่งต่อมาที่ต้องพิจารณาคือรูปแบบการกู้ ซึ่งหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ทางเลือก โดยแต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. การรีไฟแนนซ์ (Refinance) กับที่เดิม

ทางเลือกแรกสำหรับคนที่สงสัยว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม คือการเดินเข้าไปคุยกับไฟแนนซ์เดิมที่คุณผ่อนอยู่ วิธีนี้เรียกว่า “การกู้เพิ่ม” หรือ “Top-up”

  • ข้อดี: ขั้นตอนมักจะง่ายและรวดเร็วกว่า เพราะทางไฟแนนซ์เดิมมีประวัติการผ่อนชำระและเอกสารของคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาโอนเล่มทะเบียนข้ามสถาบัน และมักจะอนุมัติไวหากประวัติการผ่อนที่ผ่านมาของคุณดีเยี่ยม
  • ข้อเสีย: อำนาจการต่อรองเรื่องดอกเบี้ยอาจจะน้อยกว่า เพราะเราเป็นลูกค้าเก่าอยู่แล้ว และวงเงินที่ได้เพิ่มอาจจะไม่สูงเท่ากับการย้ายไปที่ใหม่ที่มีโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้า

1. การรีไฟแนนซ์ (Refinance) กับที่เดิม

ทางเลือกแรกสำหรับคนที่สงสัยว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม คือการเดินเข้าไปคุยกับไฟแนนซ์เดิมที่คุณผ่อนอยู่ วิธีนี้เรียกว่า “การกู้เพิ่ม” หรือ “Top-up”

  • ข้อดี: ขั้นตอนมักจะง่ายและรวดเร็วกว่า เพราะทางไฟแนนซ์เดิมมีประวัติการผ่อนชำระและเอกสารของคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาโอนเล่มทะเบียนข้ามสถาบัน และมักจะอนุมัติไวหากประวัติการผ่อนที่ผ่านมาของคุณดีเยี่ยม
  • ข้อเสีย: อำนาจการต่อรองเรื่องดอกเบี้ยอาจจะน้อยกว่า เพราะเราเป็นลูกค้าเก่าอยู่แล้ว และวงเงินที่ได้เพิ่มอาจจะไม่สูงเท่ากับการย้ายไปที่ใหม่ที่มีโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้า

2. การย้ายไฟแนนซ์ไปที่ใหม่

นี่คือคำตอบที่พบบ่อยที่สุดของคำถามที่ว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม เพื่อให้ได้เงินก้อนเหลือใช้ คือการย้ายหนี้ไปหาสถาบันการเงินใหม่ที่ให้ข้อเสนอดีกว่า

  • ข้อดี: มักจะได้วงเงินประเมินที่สูงกว่าและดอกเบี้ยที่ถูกกว่า (เพื่อจูงใจให้เราย้าย) ทำให้มี “เงินส่วนต่าง” เหลือเข้ากระเป๋ามากกว่าการอยู่ที่เดิม นอกจากนี้ยังสามารถยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกไปได้ ทำให้ค่างวดต่อเดือนลดลง ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในแต่ละเดือนได้ดี
  • ข้อเสีย: มีขั้นตอนซับซ้อนกว่า ต้องยื่นเอกสารใหม่ทั้งหมด มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น ค่าโอนเล่มทะเบียน ค่าอากรสแตมป์ และอาจใช้เวลาพิจารณานานกว่าแบบแรก

ขั้นตอนการขอกู้เงินสำหรับรถที่ยังผ่อนไม่หมด

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหมและจะได้เงินจริงเท่าไหร่ ลองมาดูขั้นตอนการคำนวณและดำเนินการทีละสเต็ป เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง

  • เช็กยอดหนี้ปิดบัญชี: โทรสอบถามไฟแนนซ์เดิมว่า หากต้องการปิดบัญชีวันนี้ ยอดหนี้ทั้งหมดรวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมคือเท่าไหร่ (มักจะมีส่วนลดดอกเบี้ยให้กรณีปิดก่อนกำหนด)
  • เช็กราคาประเมินรถยนต์: ตรวจสอบราคากลางของรถรุ่นที่คุณขับอยู่ ว่าในตลาดปัจจุบันไฟแนนซ์ให้ยอดจัดอยู่ที่เท่าไหร่
  • คำนวณส่วนต่าง (เงินที่จะได้รับ): โดยคำนวณตามสูตร ดังนี้ 

[ราคาประเมินใหม่] – [ยอดหนี้ปิดบัญชี] – [ค่าใช้จ่ายดำเนินการ] = เงินสดสุทธิที่คุณจะได้รับ

  • เตรียมเอกสารและยื่นกู้: เมื่อคำนวณแล้วว่าคุ้มค่า ก็เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนและรายได้เพื่อยื่นขอสินเชื่อกับที่ใหม่ได้เลย

ตัวอย่างการคำนวณ 

  • สมมติรถของคุณมีราคาประเมินปัจจุบัน 500,000 บาท แต่คุณยังมียอดหนี้คงค้างกับที่เดิม 300,000 บาท 
  • ส่วนต่างเบื้องต้น 500,000 – 300,000 = 200,000 บาท 

หมายเหตุ: ส่วนต่างยังไม่หักค่าธรรมเนียมและ VAT 7% ของยอดหนี้คงค้าง

เงื่อนไขและคุณสมบัติเบื้องต้นที่ไฟแนนซ์มักพิจารณา

ไม่ใช่รถทุกคันที่ผ่อนอยู่จะกู้ได้เสมอไป การจะตอบว่ารถผ่อนอยู่กู้ได้ไหมให้ผ่านชัวร์ๆ นั้น ต้องดูเงื่อนไขเหล่านี้ประกอบด้วย

  • ระยะเวลาการผ่อนชำระ: โดยทั่วไปสถาบันการเงินมักกำหนดว่าต้องผ่อนชำระมาแล้วเกิน 50% ของจำนวนงวดทั้งหมด หรือผ่อนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี เพื่อให้ยอดหนี้ลดลงต่ำกว่าราคารถ
  • อายุรถยนต์: รถเก่าเกินไปอาจกู้ยาก ส่วนใหญ่รับรถอายุไม่เกิน 10-15 ปี (รวมระยะเวลาผ่อนใหม่)
  • ประวัติเครดิต (เครดิตบูโร): ประวัติการผ่อนชำระกับที่เดิมต้องดี ไม่มีการค้างชำระ เพราะจะเป็นตัวชี้วัดวินัยทางการเงินที่สำคัญที่สุด
  • ยี่ห้อและรุ่นรถ: รถตลาด (Toyota, Honda, Isuzu) มักจะได้ยอดจัดสูงและอนุมัติง่ายกว่ารถยุโรปหรือรถรุ่นที่ไม่เป็นที่นิยม
รถผ่อนอยู่กู้เงินได้ไหม

เทคนิคกู้เงินรถแลกเงินให้ผ่านฉลุยและได้วงเงินสูง

หากคุณกังวลว่า รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหมจะผ่านหรือเปล่า ลองใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ:

  • รักษาเครดิตให้ใสสะอาด: ก่อนยื่นกู้ 3-6 เดือน พยายามจ่ายค่างวดให้ตรงเวลาเป๊ะ จะช่วยเพิ่มคะแนนความน่าเชื่อถือได้มาก
  • ดูแลสภาพรถ: ก่อนนำรถไปประเมินราคา ควรล้างรถ เก็บสี หรือซ่อมแซมจุดเล็กน้อยๆ ให้รถดูใหม่ สภาพรถที่ดีส่งผลต่อยอดอนุมัติโดยตรง
  • เตรียมผู้ค้ำประกัน: หากรายได้ของคุณปริ่มๆ หรือประวัติการเงินไม่แข็งแรง การมีคนค้ำประกันที่มีเครดิตดีจะช่วยให้ไฟแนนซ์มั่นใจและอนุมัติง่ายขึ้น
  • เปรียบเทียบข้อเสนอ: อย่ารีบตัดสินใจกับที่แรกที่เจอ ให้เปรียบเทียบดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดจัดจากหลายๆ แห่ง เพื่อหาที่ที่คุ้มค่าที่สุด

ข้อควรระวัง! ก่อนตัดสินใจนำรถที่ผ่อนอยู่ไปกู้ใหม่

ถึงแม้รถยนต์ของเรายังผ่อนอยู่จะสามารถกู้สินเชื่อได้ แต่ก็ยังมีต้นทุนแฝงที่ต้องทำความเข้าใจก่อนยื่นกู้ ดังนี้

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): การรีไฟแนนซ์รถถือเป็นการซื้อขายรถกันใหม่ (โอนเล่ม) ดังนั้นยอดหนี้ที่จะปิดมักจะต้องบวก VAT 7% เข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ที่กินส่วนต่างเงินเหลือของคุณ
  • ค่าปรับปิดบัญชี: บางสถาบันการเงินอาจมีค่าปรับกรณีไถ่ถอนก่อนกำหนด (Prepayment Penalty) ควรตรวจสอบสัญญาเดิมให้ดี
  • ระยะเวลาผ่อนที่ยาวนานขึ้น: การรีไฟแนนซ์คือการเริ่มนับหนึ่งใหม่ แม้ค่างวดจะลดลง แต่คุณอาจจะต้องเป็นหนี้ผูกพันไปอีก 4-5 ปี แทนที่จะหมดใน 1-2 ปี ต้องถามตัวเองว่าพร้อมจะเป็นหนี้ยาวขึ้นหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม

รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม ต้องผ่อนมาแล้วกี่งวด

โดยมาตรฐานควรมียอดหนี้คงเหลือน้อยกว่าราคารถ หรือผ่อนมาแล้วเกินครึ่งทางของสัญญาเดิม เช่น สัญญา 60 งวด ควรผ่อนมาแล้วอย่างน้อย 24-30 งวด เพื่อให้มีเงินส่วนต่างเหลือหลังจากปิดบัญชี

ติดแบล็คลิสต์ (เครดิตบูโร) เอารถผ่อนอยู่มากู้ได้ไหม

ทำได้ยากสำหรับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่ยังมีโอกาสกับสถาบันการเงินแบบ Non-bank บางแห่งที่รับพิจารณา แต่ต้องยอมรับดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ

สินเชื่อที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันมีอะไรบ้างนอกจากรถยนต์

สินเชื่อประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินและต้องการวงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล ได้แก่

  • สินเชื่อโฉนดที่ดิน: ใช้โฉนดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงเพราะได้วงเงินก้อนใหญ่ และดอกเบี้ยมักจะถูกกว่าสินเชื่อรถยนต์หรือบัตรกดเงินสด
  • สินเชื่อบ้านแลกเงิน: สำหรับบ้านที่ปลอดภาระแล้ว หรือบ้านที่ยังผ่อนอยู่ (รีไฟแนนซ์)
  • สินเชื่อทะเบียนรถยนต์/รถมอเตอร์ไซค์: ใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นหลักประกัน
  • สินเชื่อจำนำทองคำ: เปลี่ยนทองรูปพรรณหรือทองแท่งเป็นเงินสดชั่วคราว

รีไฟแนนซ์รถยนต์ต้องใช้เวลากี่วันถึงจะได้เงิน

หากเอกสารครบ การอนุมัติเบื้องต้นอาจใช้เวลา 1-3 วันทำการ แต่กระบวนการปิดเล่มจากที่เดิมและโอนเล่มมาที่ใหม่ อาจใช้เวลารวมทั้งหมด 7-14 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของไฟแนนซ์เดิมด้วย

สรุปรถผ่อนอยู่กู้เงินได้ไหม

สรุปบทความ

สรุปแล้ว รถผ่อนอยู่กู้ได้ไหม คำตอบคือทำได้ผ่านการรีไฟแนนซ์ ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องได้ทันที แต่ต้องคำนวณความคุ้มค่าให้รอบคอบ แต่สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินนอกเหนือจากรถยนต์ของตัวเอง “เพื่อนแท้เงินด่วน” พร้อมให้บริการสินเชื่อโฉนดที่ดิน เพียงแค่มีโฉนดที่ดินเป็นชื่อของตัวเองก็รับเงินก้อนง่ายๆ โดยไม่ต้องจดจำนองที่กรมที่ดิน ให้วงเงินสูงถึง 130% ของราคาประเมิน ช่วยให้การไถ่ถอนจำนองหรือขอสินเชื่อใหม่เป็นเรื่องง่าย หมดกังวลเรื่องดอกเบี้ยจำนองที่สูงเกินจริง อนุมัติไว ได้เงินจริง พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดทางการเงินในทุกสถานการณ์

เพื่อนแท้ เงินด่วน