การซื้อขายรถใช้เอกสารโอนรถยนต์อะไรบ้าง

ถ้ามีการจำหน่ายรถยนต์ และต้องการยกกรรมสิทธิ์ให้กับคนซื้อต้องมีการโอนรถยนต์ไปให้คนซื้อ จึงจะนับว่าการค้าขายนั้นสิ้นสุดลง แต่ว่าการโอนรถยนต์ก็มีขั้นตอนเอกสารโอนรถยนต์ เช่นเดียวกับวิธีการทำธุรกรรมทางการอื่นๆด้วยเหมือนกัน เพื่อความสะดวกและรวดเร็วทันใจ เพื่อนแท้เงินด่วนขอนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ดังนี้

วิธีการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

ถ้าหากคุณจะโอนรถยนต์ไปยังงบุคคลอื่นที่เป็นเจ้าของใหม่ สามารถเอกสารโอนรถยนต์ได้เป็น 2 แนวทาง คือ การโอนโดยตรงกับการโอนโดยลอย ซึ่งมีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้

การโอนกรรมสิทธิ์รถโดยตรง

การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์โดยตรง จะเป็นการโอนรถยนต์จากชื่อผู้ครอบครองคนเดิมไปเป็นชื่อผู้ครอบครองคนใหม่ที่ซื้อรถยนต์ ซึ่งควรต้องเข้าไปยื่นเรื่องเอกสารโอนรถยนต์แจ้งต่อนายทะเบียนที่ที่ทำการขนส่งจังหวัดหรือที่ทำการขนส่งจังหวัดสาขาที่ผู้โอนมีที่อยู่ปรากฎในใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ หรือที่ขอแจ้งใช้รถยนต์ไว้

พิเศษ.. เฉพาะ ผู้ที่ทำการขอสินเชื่อผ่าน แอพฯ จะได้ดอกพิเศษกว่าไปหน้าสาขา

เอกสารโอนรถยนต์

โดยรถยนต์ที่จะนำไปโอนกรรมสิทธิ์นั้นจะต้องมีสภาพที่ตรงตามคู่มือเล่มที่ลงบัญชี ซึ่งถ้าหากว่าผู้ครอบครองรถยนต์มีการเปลี่ยนภาวะรถยนต์ที่แตกต่างออกไปจากเดิม ก็ต้องให้รายละเอียดในเล่มคู่มือรวมทั้งขึ้นทะเบียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งหมด แต่ถ้าหากลืมให้รายละเอียดเอาไว้ก็ยังสามารถนำเอกสารโอนรถยนต์มาดำเนินการในวันที่นัดหมายมาโอนรถยนต์ได้ด้วยเหมือนกัน

การโอนลอย

การโอนลอย คือ การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ว่าจะเป็นคนขายหรือคนซื้อไม่สามารถที่จะไปกระทำการโอนกรรมสิทธิ์ซึ่งๆหน้านายทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกพร้อมกันได้ ก็เลยเรียกว่าการโอนลอย โดยกระบวนการโอนลอยก็คือ คนขายต้องเซ็นเอกสารการโอนรถยนต์ โอนลอยให้เรียบร้อย แล้วก็ค่อยนำเอกสารโอนรถยนต์ไปให้กับคนซื้อเป็นผู้ดำเนินงานต่อเองทั้งหมดทั้งปวง

การโอนลอยโดยมากจะเห็นได้มากจากแนวทางการขายกับเต็นท์รถยนต์มือสอง โดยคนขายจะกระทำการเซ็นเอกสารโอนรถยนต์แบบลอยเอาไว้ก่อน แต่ว่าก็มีการเสี่ยงอยู่เช่นเดียวกันถ้าอยู่ในระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์แต่ว่ายังไม่เสร็จสิ้น แล้วผู้ซื้อนำรถยนต์ไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุหรือใช้ละเมิดกฎหมาย คนที่จะต้องโดนตรวจตราคนแรกก็คือผู้ครอบครองรถยนต์หรือผู้ครอบครองรถยนต์คนท้ายที่สุดนั่นเองครับ

ผลของประกันภัยรถยนต์

สำหรับในส่วนของประกันภัยรถยนต์ที่ผู้ครอบครองรถยนต์คนเก่าได้ทำเอกสารโอนรถยนต์เอาไว้ และประกันยังไม่หมดอายุความคุ้มครองป้องกันก็จะยังคงส่งผลดำเนินต่อไปจนกระทั่งวันหมดกรมธรรม์ ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนผู้ครอบครองรถยนต์เป็นชื่อใหม่แล้วก็ตาม

เมื่อถึงกำหนดประกันที่มีอยู่ในข้อตกลงเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ครอบครองรถยนต์คนใหม่ก็สามารถเปลี่ยนประกันได้ในทันที แต่ผู้ครอบครองรถยนต์คนเก่าจำเป็นจะต้องแจ้งให้บริษัทประกันรถรู้ด้วยว่าได้มีการโยกย้ายเจ้าของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อบริษัทประกันเปลี่ยนชื่อให้กรมธรรม์ให้ถูกตามผู้ครอบครองรถยนต์คนปัจจุบันนี้

สถานที่ติดต่อโอนรถ

โอนรถยนต์ ที่ไหน สามารถเตรียมเอกสารโอนรถยนต์ ไปโอนรถได้ที่ทำการขนส่งจังหวัดหรือที่ทำการขนส่งจังหวัดสาขาที่ผู้โอนมีที่อยู่ปรากฎในใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์หรือที่ขอแจ้งใช้รถยนต์ไว้

หลักฐานที่ใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

  1. ใบคู่มือขึ้นทะเบียนรถยนต์
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหากกรณีเป็นนิติบุคคลใช้ใบรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล รวมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจเซ็นชื่อ
  3. สัญญาซื้อขายใบเสร็จรับเงิน รวมทั้งใบกำกับภาษี
  4. สำเนาใบมรณะบัตรผู้ครอบครองรถยนต์และคำสั่งศาลหรือพินัยกรรมพร้อมสำเนา (กรณีโอนรับมรดก)
  5. แบบคำร้องขอโอนและรับโอนซึ่งกรอกรายการในเอกสารโอนรถยนต์รวมทั้งเซ็นเซ็นเอกสารโอนรถ ทั้งชื่อผู้โอนและคนรับโอนเรียนร้อยแล้ว
  6. ใบมอบฉันทะพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับโอนกรณีผู้โอนและ/หรือคนรับโอนไม่ได้มาดำเนินการด้วยตัวเอง

หลักฐานที่ใช้ในสำหรับการโอนลอย

สำหรับเอกสารโอนรถยนต์แบบโอนลอยสามารถแบ่งออกเป็น 4 แบบด้วยกันก็คือ

1. รถจดเป็นชื่อบุคคลธรรมดาและไม่ติดไฟแนนซ์

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมเซ็นรับประกันสำเนาถูกต้องพร้อมเซ็นกำกับว่า “ใช้เพื่อทำงานเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน…..เท่านั้น และถ้าผู้ครอบครองรถยนต์มีการเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนสกุล ที่ไม่ตรงกับในสมุดคู่มือลงบัญชีก็ให้แนบใบเปลี่ยนแปลงชื่อรวมมาด้วย
  • แบบคำร้องขอการโอนรถ เปลี่ยนเจ้าของ โดยให้ผู้ครอบครองรถยนต์เดิมหรือคนขายเซ็นตรงช่องผู้โอน
  • ใบมอบฉันทะเอกสารโอนรถยนต์ให้คนขายเซ็นตรงผู้มอบฉันทะ และควรจะเขียนกำกับเอาไว้เหมือนกับสำหรับการเซ็นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • เล่มรถยนต์หรือสมุดคู่มือขึ้นทะเบียนที่เป็นเล่มสีน้ำเงินให้ผู้ครอบครองรถยนต์หรือคนขายเซ็นในช่องผู้ครอบครอง
  • สัญญาซื้อขายจำเป็นต้องใช้เป็นแบบที่มีฉบับสำเนาด้วย เนื่องด้วยคนซื้อแล้วก็คนขายจำเป็นต้องเก็บเอาไว้คนละชุด

2. รถจดเป็นชื่อบุคคลธรรมดาและติดไฟแนนซ์

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนโดยให้เซ็นกำกับเช่นเดียวกับรถยนต์ที่ไม่ติดไฟแนนซ์
  • สำเนาทะเบียนบ้านเซ็นสำเนาถูกต้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
  • แบบคำร้องขอโอน
  • หนังสือมอบฉันทะเอกสารโอนรถยนต์ให้เซ็นเหมือนกับในเอกสารของรถยนต์ที่ไม่ติดไฟแนนซ์
  • ในส่วนของสมุดคู่มือลงบัญชีจะยังอยู่ที่ไฟแนนซ์คนขายจำเป็นที่จะต้องไปปิดยอดค่าผ่อนส่งรถยนต์กับไฟแนนซ์ก่อน โดยส่วนมากก็จะใช้เงินที่ขายรถยนต์ได้จากผู้บริโภคไปปิดยอดกับทางไฟแนนซ์ แล้วทางไฟแนนซ์ก็จะไปดำเนินการโอนให้กับผู้ครอบครองรถยนต์
  • สัญญาซื้อขายใช้แบบที่มีฉบับสำเนา โดยให้ผู้ซื้อและผู้ขายเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานคนละชุด

3. รถจดเป็นชื่อนิติบุคคลและไม่ติดไฟแนนซ์

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจเซ็นชื่อของบริษัทพร้อมเซ็นรับประกันสำเนาถูกต้องพร้อมเซ็นกำกับเอาไว้ด้วยว่า”ใช้เพื่อปฏิบัติการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน…..เท่านั้น”
  • แบบคำร้องขอเอกสารโอนรถ บริษัทโดยให้ผู้มีอำนาจเซ็นชื่อของบริษัทเซ็นตรงผู้โอนพร้อมประทับตราบริษัท
  • หนังสือมอบฉันทะเอกสารโอนรถยนต์ให้ผู้มีอำนาจลงชื่อของบริษัทเซ็นตรงผู้มอบฉันทะพร้อมประทับตราบริษัท พร้อมเขียนกำกับเพื่อเจาะจงวัตถุประสงค์สำหรับการมอบอำนาจให้เหมือนที่เขียนในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สมุดคู่มือลงทะเบียนโดยให้ผู้มีอำนาจเซ็นชื่อของบริษัทเซ็นในช่องผู้ครอบครองพร้อมประทับตราบริษัท
  • สำเนาหนังสือลงบัญชีบริษัทพร้อมเซ็นยืนยันสำเนาถูกต้องและประทับตราบริษัททุกหน้า
  • สัญญาซื้อขาย

4. รถจดเป็นชื่อนิติบุคคลและติดไฟแนนซ์

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจเซ็นชื่อของบริษัทพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจลงชื่อของบริษัทพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • แบบคำร้องขอโอนโดยให้ผู้มีอำนาจลงชื่อของบริษัทเซ็นตรงผู้โอนพร้อมประทับตราบริษัท 1 ใบ และ อีก 1 ใบก็ให้ผู้มีอำนาจเซ็นชื่อของบริษัทเซ็นตรงคนรับโอน 2 ที่ พร้อมประทับตราบริษัทโดยจะต้องประทับตราบริษัททั้ง 2 จุดตรงที่ลงชื่อ
  • หนังสือมอบฉันทะเอกสารโอนรถยนต์โดยให้ผู้มีอำนาจลงชื่อของบริษัทเซ็นตรงผู้มอบฉันทะพร้อมประทับตราบริษัท พร้อมกับเขียนกำกับเอาไว้เหมือนในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำหรับสมุดคู่มือขึ้นทะเบียนก็จะยังอยู่ที่ไฟแนนซ์ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยจำต้องไปปิดยอดค่าผ่อนส่งรถยนต์กับทางไฟแนนซ์ให้เรียบร้อยซะก่อน หลังจากนั้นทางไฟแนนซ์ก็จะดำเนินการโอนรถยนต์ให้กับทางบริษัท เมื่อได้เล่มมาและให้ผู้มีอำนาจลงชื่อของบริษัทเซ็นตรงผู้ครอบครองพร้อมประทับตราบริษัท แล้วจึงเอาไปให้คนซื้ออีกครั้งหนึ่ง
  • สำเนาหนังสือขึ้นทะเบียนบริษัทพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกรวมทั้งประทับตราบริษัททุกหน้า
  • สัญญาซื้อขาย

ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

  1. นำรถยนต์เข้ารับการตรวจสอบที่งานตรวจสภาพรถยนต์ (นอกจากกรณีโอนปิดบัญชีจากผู้ให้เช่าซื้อไปยังผู้เช่าซื้อ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ตามรายการขึ้นทะเบียน ไม่ต้องตรวจตรารถยนต์)
  2. ยื่นเอกสารโอนรถยนต์เรื่องโอนกรรมสิทธิ์และจ่ายค่าธรรมเนียม ที่งานทะเบียนรถยนต์
  3. รับใบคู่มือลงบัญชีรถยนต์คืน
  4. รับใบเสร็จรับเงิน ใบคู่มือลงทะเบียนรถยนต์ สัญลักษณ์การเสียภาษีอากร รวมทั้งแผ่นป้าย ทะเบียนรถยนต์
หมายเหตุ : การโอนกรรมสิทธิ์รถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันโอน (หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด มีปรับไม่เกิน 2,000 บาท) 

ค่าธรรมเนียมในการโอนรถ

  1. ค่าอากรแสตมป์โอนรถยนต์ ราคาร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน (ตัวอย่างเช่น ราคาประเมิน 200,000 บาท ค่าอากรแสตมป์เท่ากับ 1,000 บาท)
  2. ค่าธรรมเนียมการโอนเอกสารโอนรถยนต์ 100 บาท
  3. ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน200 บาท (กรณีหากต้องการเปลี่ยน)
  4. กรณีเล่มทะเบียนชำรุดทรุดโทรมเสียค่าเปลี่ยน100 บาท
  5. ค่าธรรมเนียมการตรวจสภาพรถยนต์50 บาท
  6. ค่าคำร้องขอ 5 บาท

สรุป - เอกสารโอนรถยนต์

หากมีการซื้อขายรถยนต์กันเกิดขึ้นสิ่งแรกที่ต้องรีบทำเลยก็คือเอกสารโอนรถยนต์ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะโอนโดยตรงหรือโอนลอยก็ได้เช่นกัน เพื่อให้เกิดความถูกต้องและถูกกฎหมายจะได้สบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายและไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลังครับ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 13/08/2022 @ 22:06