ข้อกำหนดในสัญญาเงินกู้ มีแบบฟอร์มอะไรบ้าง

หากมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินด่วน สิ่งสำคัญก็คือการทำสัญญาเงินกู้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการชำระเงินและเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันและเพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาทีหลัง อีกทั้งหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดสัญญาที่ให้ไว้ก็สามารถฟ้องร้องกันได้

การยืมเงิน คือ

การยืมเงิน คือ การนำเงินจากบุคคลอื่นมาใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการและจากนั้นก็นำเงินไปคืน หากเป็นคนสนิทหรือญาติพี่น้องก็จะยืมได้ง่ายโดยไม่ต้องมีเอกสารสัญญาใดๆ แต่หากเป็นสถาบันการเงินแน่นอนว่าจะต้องทำสัญญาเงินกู้เพื่อเป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ด้วย

พิเศษ.. เฉพาะ ผู้ที่ทำการขอสินเชื่อผ่าน แอพฯ จะได้ดอกพิเศษกว่าไปหน้าสาขา

สัญญากู้เงิน คือ

สัญญากู้เงิน คือ เอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบการกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2000 บาทขึ้นไป ซึ่งเกิดจากผู้กู้และผู้ให้กู้ เพื่อยืนยันว่ามีการยืมเงินกันเกิดขึ้น โดยจะต้องระบุจำนวนเงิน ดอกเบี้ย ระยะเวลาการชำระ ให้ถูกต้องชัดเจน หากมีฝ่ายใดกระทำผิดก็สามารถดำเนินการกฎหมายได้เลย

สัญญากู้เงิน

อัตราดอกเบี้ย

การทำสัญญากู้เงินระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้นั้นจะมีรายละเอียดของอัตราดอกเบี้ยระบุไว้ชัดเจน ซึ่งสามารถแยกได้ดังนี้

1. อัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนดไว้

  • (มาตรา 7) หากไม่ได้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ตั้งแต่แรก จะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
  • (มาตรา224) หากผิดนัดชำระให้คิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี แต่ถ้าเจ้าหนี้อยากได้ดอกเบี้ยสูงกว่านั้นต้องอาศัยมูลเหตุอย่างอื่นด้วย

2. อัตราดอกเบี้ยที่เกินกฎหมายกำหนดไว้

  • หากดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนดไว้จะถือว่าเป็นโมฆะทั้งหมดแต่เงินต้นที่กู้นั้นยังคงเดิม
  • หากผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยล่วงหน้าและนำไปรวมกับเงินต้นในสัญญา ดอกเบี้ยล่วงหน้าที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดจะถือเป็นโมฆะ และเงินต้นยังสามารถนำมาเป็นหลักฐานการกู้ยืมได้ด้วย
  • หากผู้กู้ชำระดอกเบี้ยที่เกินกฎหมายกำหนดไปแล้ว ผู้กู้สามารถนำดอกเบี้ยไปหักชำระเงินต้นได้
  • สัญญากู้ยืมที่มีดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่กู้ แต่สามารถเรียกดอกเบี้ยในระหว่างการผิดนัดชำระได้

ข้อกำหนดในการทำสัญญาเงินกู้

ข้อกำหนดสำหรับการทำสัญญาเงินกู้สินเชื่อที่ดินจะต้องมีการลงรายละเอียด ดังนี้

1. ระบุจำนวนเงินต้น

จะต้องมีการระบุจำนวนเงินต้นที่ยืมในสัญญากู้เงินให้ถูกต้องชัดเจน โดยจะต้องมีการระบุตัวเลขและตัวอักษรลงไปด้วย และห้ามมีข้อความที่กำกวมหรือทำให้เข้าใจผิดในสัญญาเด็ดขาด

2. ระบุอัตราดอกเบี้ย

เนื่องจากสัญญากู้เงินนั้นจะต้องได้รับความเป็นธรรมทั้งฝ่ายผู้กู้และผู้ให้กู้ ดังนั้นควรจะมีการระบุอัตราดอกเบี้ยให้ถูกต้องชัดเจนเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรับรู้ตรงกัน

3. ระบุระยะเวลาการชำระหนี้

การระบุระยะเวลาในการชำระหนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ควรมีการระบุวันเวลาให้ชัดเจน เพราะหากผู้กู้ค้างชำระหรือไม่ยอมชำระหนี้ตามกำหนดผู้ให้กู้ก็มีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้

4. วันที่ทำสัญญา

เป็นการระบุวันที่เริ่มทำสัญญาขึ้น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆเพราะจะทำให้ทั้งสองฝ่ายรับรู้ได้ว่ามีการทำสัญญากู้เงินตั้งแต่วันใด และเป็นข้อมมูลสำคัญหากมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น

5. พยาน

จะต้องมีการลงลายมือชื่อของพยานทั้งสองฝ่ายไว้ในสัญญากู้เงินด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าสัญญานั้นได้รับคามเป็นธรรมมีคนรับรู้และเป็นพยานในการกู้ยืมครั้งนี้ด้วย

6. ลายมือผู้กู้และผู้ให้กู้

และสิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือลายมือผู้กู้และผู้ให้กู้ ควรเป็นลายมือที่ใช้ประจำไม่มีใครเลียนแบบได้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้ทำการกู้ยืมด้วยตัวเอง

โครงสร้างสัญญาเงินกู้

การทำสัญญากู้เงินก็จะมีโครงสร้างของสัญญาด้วยและโครงสร้างในสัญญาเงินกู้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. ส่วนนำ

  • ชื่อสัญญากู้เงิน
  • สถานที่ทำสัญญา
  • วันที่ทำสัญญา
  • ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา

2. เนื้อหา

  • วัตถุประสงค์ในการทำสัญญา
  • อัตราดอกเบี้ย
  • กำหนดการชำระหนี้
  • ผลของการผิดนัดชำระหนี้

3. ส่วนท้าย

  • ข้อความส่วนท้ายของสัญญาดอกเบี้ย
  • ลายมือของคู่สัญญา
  • ลายมือชื่อพยาน

จุดที่ต้องระวังในการทำสัญญาเงินกู้

1. ยอดเงินต้น

ควรตรวจสอบดูว่ายอดเงินต้นในสัญญากู้เงินตรงตามที่ได้มีการตกลงไว้หรือไม่ เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นมาทีหลัง